Terminal Access

ทำการลงทุนที่ดีที่สุดในชีวิตของคุณ

Bloomberg Fair Value
20M Securities
50Y History
10Y Estimates
8.000+ News Daily
เริ่มต้นที่ 2 ยูโร
Analyse
โปรไฟล์
🇨🇭

สวิตเซอร์แลนด์ ดุลการค้า

ราคา

4.277 ล้านล้าน CHF
การเปลี่ยนแปลง +/-
+203.26 ล้าน CHF
เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลง
+4.87 %

มูลค่าปัจจุบันของดุลการค้าใน สวิตเซอร์แลนด์ คือ 4.277 ล้านล้าน CHF ดุลการค้าใน สวิตเซอร์แลนด์ เพิ่มขึ้นเป็น 4.277 ล้านล้าน CHF เมื่อ 1/2/2568 หลังจากที่เป็น 4.074 ล้านล้าน CHF เมื่อ 1/1/2568 จาก 1/1/2493 ถึง 1/2/2568 GDP เฉลี่ยใน สวิตเซอร์แลนด์ คือ 329.67 ล้าน CHF มูลค่าสูงสุดตลอดกาลถึงเมื่อ 1/10/2567 โดยมีมูลค่า 5.74 ล้านล้าน CHF ในขณะที่มูลค่าต่ำสุดถูกบันทึกไว้เมื่อ 1/1/2533 โดยมีมูลค่า -1.45 ล้านล้าน CHF

แหล่งที่มา: Federal Customs Administration

ดุลการค้า

  • แม็กซ์

ยอดการค้า

ดุลการค้า ประวัติศาสตร์

วันที่มูลค่า
1/2/25684.277 ล้านล้าน CHF
1/1/25684.074 ล้านล้าน CHF
1/12/25674.269 ล้านล้าน CHF
1/11/25674.541 ล้านล้าน CHF
1/10/25675.741 ล้านล้าน CHF
1/9/25673.904 ล้านล้าน CHF
1/8/25673.994 ล้านล้าน CHF
1/7/25674.189 ล้านล้าน CHF
1/6/25674.797 ล้านล้าน CHF
1/5/25674.165 ล้านล้าน CHF
1
2
3
4
5
...
37

ค่าเฉพาะทางมหภาคที่คล้ายกันกับ ดุลการค้า

ชื่อปัจจุบันก่อนหน้าความถี่
🇨🇭
กระแสเงินทุน
10.338 ล้านล้าน CHF-7.575 ล้านล้าน CHFควอร์เตอร์
🇨🇭
การขายอาวุธ
93 ล้าน SIPRI TIV185 ล้าน SIPRI TIVประจำปี
🇨🇭
การลงทุนตรงจากต่างประเทศ
930.319 ล้านล้าน CHF1.028 ชีวภาพ. CHFประจำปี
🇨🇭
เงื่อนไขการซื้อขาย
94.17 points94.03 pointsรายเดือน
🇨🇭
ดัชนีการก่อการร้าย
1.265 Points0.627 Pointsประจำปี
🇨🇭
ทองคำสำรอง
1,040 Tonnes1,040 Tonnesควอร์เตอร์
🇨🇭
นำเข้า
20.092 ล้านล้าน CHF18.786 ล้านล้าน CHFรายเดือน
🇨🇭
ยอดเงินคงเหลือในบัญชีเดินสะพัด
9.767 ล้านล้าน CHF5.461 ล้านล้าน CHFควอร์เตอร์
🇨🇭
ยอดนักท่องเที่ยวขาเข้า
1.442 ล้าน 1.625 ล้าน รายเดือน
🇨🇭
ยอดบัญชีเดินสะพัดเทียบกับ GDP
7.6 % of GDP9.9 % of GDPประจำปี
🇨🇭
รายได้จากการท่องเที่ยว
4.443 ล้านล้าน CHF5.656 ล้านล้าน CHFควอร์เตอร์
🇨🇭
ส่งออก
24.37 ล้านล้าน CHF22.86 ล้านล้าน CHFรายเดือน
🇨🇭
หนี้สินต่างประเทศ
1.988 ชีวภาพ. CHF1.957 ชีวภาพ. CHFควอร์เตอร์

สวิตเซอร์แลนด์มีการเกินดุลการค้าอย่างต่อเนื่อง ดุลการค้าเกินดุลที่มากที่สุดถูกบันทึกไว้กับสหรัฐอเมริกา, อินเดีย, สหราชอาณาจักร, จีน, ฮ่องกง, ญี่ปุ่น และสิงคโปร์; ในขณะที่การขาดดุลการค้าที่มากที่สุดถูกบันทึกไว้กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, เยอรมนี, ไอร์แลนด์, อิตาลี และประเทศไทย

หน้ามาโครสำหรับประเทศอื่นๆใน ยุโรป

คืออะไร ดุลการค้า

ความสมดุลทางการค้าหรือ Balance of Trade (BoT) เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างยิ่งที่ใช้ในการประเมินสุขภาพทางเศรษฐกิจของประเทศและชี้วัดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในตลาดโลก กระแสเงินเข้าและออกผ่านการซื้อขายสินค้าและบริการระหว่างประเทศนั้นมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดความสมดุลทางการค้าของประเทศในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ สำหรับเว็บไซต์ Eulerpool ซึ่งเน้นไปที่การแสดงข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคในเชิงลึก บทความนี้จะนำเสนอความเข้าใจเกี่ยวกับความสมดุลทางการค้าในประเทศไทยและการวิเคราะห์องค์ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการคนี้ในรายละเอียด ความสมดุลทางการค้า หรือ Balance of Trade นั้นเป็นการคำนวณผลต่างของมูลค่าสินค้าและบริการที่ประเทศหนึ่งส่งออก (exports) กับมูลค่าของสินค้าและบริการที่ประเทศนั้นนำเข้า (imports) การมีความสมดุลทางการค้าเป็นบวก (trade surplus) หมายถึงประเทศนั้นส่งออกมากกว่านำเข้า ในขณะที่การมีความสมดุลทางการค้าเป็นลบ (trade deficit) หมายถึงประเทศนั้นนำเข้ามากกว่าส่งออก ซึ่งสามารถมีผลกระทบทางเศรษฐกิจทั้งในด้านดีและด้านเสียขึ้นอยู่กับสถานการณ์และปัจจัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเศรษฐกิจของประเทศนั้น ๆ สำหรับประเทศไทย ผลกระทบจากความสมดุลทางการค้านั้นมีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกับหลายปัจจัย ตัวอย่างเช่น สินค้าและบริการที่มีความต้องการสูงในตลาดโลกสามารถก่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้นแก่ประเทศผ่านการส่งออก ส่งผลให้มีการเพิ่มขึ้นของเงินทูลหรือ foreign reserves การมีตะกร้าสินค้าที่หลากหลาย การมีระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ และความสามารถในการผลิตสินค้าและบริการที่คุณภาพสูงสามารถช่วยให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ นอกจากนี้ ปัจจัยภายนอกเช่น การเปลี่ยนแปลงในนโยบายการค้าและศุลกากรของประเทศที่เป็นคู่ค้าหลัก, การเปลี่ยนแปลงในอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา, และการเปลี่ยนแปลงในภาวะเศรษฐกิจโลกก็มีผลกระทบสำคัญต่อความสมดุลทางการค้า ตัวอย่างเช่น การเพิ่มขึ้นของภาษีศุลกากรจากประเทศคู่ค้าอาจทำให้สินค้าส่งออกของไทยมีราคาสูงขึ้นและลดความสามารถในการแข่งขันได้ หรือการเปลี่ยนแปลงในอัตราแลกเปลี่ยนอาจกระทบต่อราคาของสินค้าและบริการที่มีการซื้อขายระหว่างประเทศได้ ส่งผลต่อความต้องการสินค้านำเข้าส่งออก ในเชิงนโยบาย ความสมดุลทางการค้าเป็นปัจจัยที่รัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญในการพัฒนายุทธศาสตร์และนโยบายการค้า การส่งเสริมการส่งออกเป็นหนึ่งในมาตรการที่สามารถใช้ในการปรับปรุงความสมดุลทางการค้า ได้ผ่านทางการให้เงินสนับสนุน และสิทธิประโยชน์ทางภาษี นอกจากนี้ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเช่นเส้นทางคมนาคมและท่าเรือเพื่อให้กระบวนการส่งออกสินค้าเป็นไปได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น ในด้านการนำเข้า แนวทางการปรับปรุงความสมดุลทางการค้าอาจรวมถึงการพิจารณากำหนดอัตราภาษีสำหรับสินค้านำเข้าที่มีลักษณะสามารถผลิตได้ในประเทศ, การส่งเสริมการใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศเพื่อทดแทนการนำเข้า หรือการควบคุมการนำเข้าสินค้าที่ไม่จำเป็นต่อเศรษฐกิจในระยะยาว ไม่เพียงเท่านี้ ความสมดุลทางการค้ายังสามารถเป็นตัวชี้วัดที่ช่วยให้เราเห็นภาพรวมของเสถียรภาพทางการเงินของประเทศในขณะบางครั้ง ความสมดุลทางการค้าที่เป็นบวกสามารถช่วยหนุนให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราของประเทศนั้นมีความมั่นคงมากขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบว่าประเทศนั้นมีแนวโน้มที่จะต้องพึ่งพาการนำเข้ามากน้อยเพียงใด และนำไปสู่การกำหนดนโยบายที่จะส่งเสริมการสร้างความเข้มแข็งในภาคการส่งออกให้มีผลกระทบเชิงบวกอย่างยั่งยืนต่อเศรษฐกิจ ในการประเมินและจัดการกับความสมดุลทางการค้าเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว การมีข้อมูลเศรษฐกิจที่ครบถ้วนและถูกต้องสามารถช่วยในการตัดสินใจเรื่องนโยบายต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทางเว็บไซต์ Eulerpool ของเรามีการนำเสนอข้อมูลเศรษฐกิจในรูปแบบที่ง่ายต่อการวิเคราะห์และทำความเข้าใจ ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้งานที่ต้องการศึกษาหรือวิเคราะห์ข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคอย่างละเอียด สรุป คือ ความสมดุลทางการค้าเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญในการประเมินสุขภาพเศรษฐกิจของประเทศ การมีข้อมูลที่ครบถ้วนและเป็นปัจจุบันสามารถช่วยให้สามารถวางแผนและกำหนดนโยบายการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพและความสามารถในการแข่งขันของประเทศในตลาดโลก การทำความเข้าใจถึงความท้าทายและโอกาสในการจัดการกับความสมดุลทางการค้าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว