เฮติ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)

ราคา

ราคา
25.22 ล้านล้าน USD
เปลี่ยนแปลง +/-
+5.37 ล้านล้าน USD
เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลง
+27.05 %

มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ใน เฮติ ปัจจุบันคือ 25.22 ล้านล้าน USD ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ใน เฮติ เพิ่มขึ้นเป็น 25.22 ล้านล้าน USD เมื่อวันที่ 1/1/2567 หลังจากที่เป็น 19.85 ล้านล้าน USD เมื่อวันที่ 1/1/2566 จาก 1/1/2503 ถึง 1/1/2568 ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เฉลี่ยใน เฮติ อยู่ที่ 6.23 ล้านล้าน USD มูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึงเมื่อวันที่ 1/1/2568 ด้วยมูลค่า 32.08 ล้านล้าน USD ในขณะที่มูลค่าต่ำสุดถูกบันทึกเมื่อวันที่ 1/1/2503 ด้วยมูลค่า 270 ล้าน USD

แหล่งที่มา: World Bank

macro_seo_summary_intro macro_seo_summary_upmacro_seo_summary_avgmacro_seo_summary_highmacro_seo_summary_low

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)

  • สูงสุด

GDP
Date
GDP
1 ม.ค. 3046
270 ล้าน USD
1 ม.ค. 3047
270 ล้าน USD
1 ม.ค. 3048
280 ล้าน USD
1 ม.ค. 3049
290 ล้าน USD
1 ม.ค. 3050
330 ล้าน USD
1 ม.ค. 3051
350 ล้าน USD
1 ม.ค. 3052
370 ล้าน USD
1 ม.ค. 3053
370 ล้าน USD
1 ม.ค. 3054
370 ล้าน USD
1 ม.ค. 3055
390 ล้าน USD
1 ม.ค. 3056
330 ล้าน USD
1 ม.ค. 3057
360 ล้าน USD
1 ม.ค. 3058
370 ล้าน USD
1 ม.ค. 3059
470 ล้าน USD
1 ม.ค. 3060
570 ล้าน USD
Access this data via the Eulerpool API

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประวัติ

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) — ประวัติ
วันที่ค่า
25.22 ล้านล้าน USD
19.85 ล้านล้าน USD
20.25 ล้านล้าน USD
20.88 ล้านล้าน USD
14.51 ล้านล้าน USD
15.02 ล้านล้าน USD
16.4 ล้านล้าน USD
15.09 ล้านล้าน USD
14.07 ล้านล้าน USD
14.85 ล้านล้าน USD

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) วัดระดับรายได้และผลผลิตของประเทศหนึ่งๆ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เท่ากับค่าใช้จ่ายรวมสำหรับสินค้าสำเร็จรูปและบริการทั้งหมดที่ผลิตขึ้นภายในประเทศในช่วงเวลาที่กำหนด

หน้ามหาเศรษฐกิจสำหรับประเทศอื่นๆ ใน อเมริกา

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) คืออะไร

การเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ในประเทศไทย: ภาพรวมเชิงลึก ที่เอยเลอร์พูล (Eulerpool) เรามีความตั้งใจในการนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเศรษฐกิจมหภาคแก่ผู้ใช้บริการของเรา ด้วยการเน้นที่ความแม่นยำและคุณภาพของข้อมูล หนึ่งในตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญ และถูกเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดคือผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือ GDP (Gross Domestic Product) GDP เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญในการวัดการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศใดๆ โดยแสดงให้เห็นถึงมูลค่ารวมของสินค้าหรือบริการที่ผลิตภายในประเทศในช่วงเวลาหนึ่งๆ ซึ่งโดยทั่วไปจะแบ่งเป็นรายไตรมาสและรายปี GDP ยังเป็นตัวชี้วัดที่ใช้ในการเปรียบเทียบระหว่างประเทศเพื่อตรวจสอบระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ในกรณีของประเทศไทย GDP มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการประเมินสุขภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยสามารถแบ่งแยกได้เป็นหลายองค์ประกอบ ได้แก่ การบริโภคภาคครัวเรือน การลงทุนภาคเอกชนและภาครัฐ การส่งออกและการนำเข้า ทุกองค์ประกอบเหล่านี้รวบรวมเข้าด้วยกันเพื่อคำนวณผลลัพธ์สุดท้ายของ GDP หนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อ GDP ของประเทศไทยคือการลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งการลงทุนภาครัฐ เช่น การสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ ก็มีบทบาทสำคัญไม่น้อยเช่นกัน โครงการเมกะโปรเจกต์ เช่น รถไฟฟ้าและท่าเรือน้ำลึกสามารถเพิ่มการเชื่อมต่อและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างมาก นอกจากนี้ การส่งออกมีบทบาทสำคัญในเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่มีฐานเศรษฐกิจเปิดและพึ่งพาการค้าระหว่างประเทศสูง สินค้าส่งออกหลัก เช่น อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และผลิตผลทางการเกษตร มีบทบาทสำคัญต่อรายได้ของประเทศ และส่งผลโดยตรงต่อระดับ GDP การที่ประเทศไทยมีความสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างจีน สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป เป็นปัจจัยที่สำคัญในการเสริมสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ การบริโภคภาคครัวเรือนก็เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญในการคำนวณ GDP การใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของครัวเรือนหมายถึงแรงงานและรายได้ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสามารถกำหนดระดับชีวิตที่ดีขึ้นและกระตุ้นการผลิตในประเทศ ในด้านนี้ การปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินของธนาคารกลางและการกระตุ้นทางการคลังของรัฐบาลสามารถมีผลกระทบอย่างมากต่อการบริโภคภาคครัวเรือน ตัวอย่างเช่น ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ เช่น การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้หลายภาคส่วนเศรษฐกิจชะงักงัน ส่งผลให้การบริโภคภาคครัวเรือนลดลงตามไปด้วย รัฐบาลไทยจึงต้องออกมาตรการทางการคลัง เช่น การกระตุ้นเงินสดและการลดภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และช่วยให้ GDP ลดการหดตัว GDP ของประเทศไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้แสดงถึงความผันผวนซึ่งเกิดจากหลายปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ เช่น สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ วิกฤตการเงินโลก การเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยน และภาวะเงินเฟ้อ ทุกปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของ GDP อย่างมีนัยสำคัญ การเข้าใจในตัวเลข GDP และตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักลงทุน นักวิเคราะห์ และผู้กำหนดนโยบายในการทำการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ ด้วยเหตุนี้ที่เอยเลอร์พูลเรานำเสนอข้อมูลที่แม่นยำและทันสมัยเกี่ยวกับ GDP ทั้งในระดับรายไตรมาสและรายปี รวมถึงการวิเคราะห์ที่เชื่อถือได้เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจทั้งในปัจจุบันและอนาคต สุดท้ายนี้ การติดตามแนวโน้ม GDP ของประเทศไทยไม่เพียงแต่เป็นการประเมินสุขภาพทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้มีการวางแผนอนาคตที่มีประสิทธิภาพ หากคุณต้องการข้อมูลเชิงลึกที่แม่นยำและมีคุณภาพเกี่ยวกับ GDP และตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจอื่นๆ เราขอเชิญคุณเข้ามาใช้บริการของเอยเลอร์พูลเพื่อประสบการณ์ในการตรวจสอบข้อมูลเศรษฐกิจที่เป็นมืออาชีพและเชื่อถือได้

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เฮติ — FAQ

What is the current ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) in เฮติ?

The current ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) in เฮติ is 25.22 ล้านล้านUSD as of 1/1/2567.

How has the ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) in เฮติ changed recently?

The ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) in เฮติ increased from 19.85 ล้านล้านUSD (1/1/2566) to 25.22 ล้านล้านUSD (1/1/2567).

What is the all-time high for ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) in เฮติ?

The all-time high for ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) in เฮติ was 32.08 ล้านล้านUSD, recorded on 1/1/2568.

What is the all-time low for ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) in เฮติ?

The all-time low for ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) in เฮติ was 270 ล้านUSD, recorded on 1/1/2503.

What is the historical average of ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) in เฮติ?

The historical average of ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) in เฮติ is 6.23 ล้านล้านUSD, calculated over the period from 1/1/2503 to 1/1/2568.

Where does the ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) data for เฮติ come from?

The ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) data for เฮติ is sourced from World Bank and published on Eulerpool.