ตำนานนักลงทุนเลือกใช้ Eulerpool
Trusted by leading companies and financial institutions
ยูกันดา ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อรวม (PMI)
ราคา
ค่าปัจจุบันของดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อรวม (PMI) ในยูกันดา อยู่ที่54 คะแนน ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อรวม (PMI) ในยูกันดา เพิ่มขึ้นเป็น54 คะแนน เมื่อวันที่1/12/2568 หลังจากที่เคยอยู่ที่53.8 คะแนน เมื่อวันที่1/11/2568 ตั้งแต่1/6/2559 ถึง1/12/2568 ค่าเฉลี่ย GDP ในยูกันดา อยู่ที่52.77 คะแนน ค่าสูงสุดที่เคยถึงคือวันที่1/1/2563 ด้วยค่า58.8 คะแนน ในขณะที่ค่าต่ำสุดบันทึกไว้ที่1/4/2563 ด้วยค่า21.6 คะแนน
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อรวม (PMI)
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อรวม (PMI)
3 ปี
5 ปี
แม็กซ์
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อรวม (PMI) ประวัติศาสตร์
| วันที่ | มูลค่า |
|---|---|
| 1/12/2568 | 54 คะแนน |
| 1/11/2568 | 53.8 คะแนน |
| 1/10/2568 | 53.4 คะแนน |
| 1/9/2568 | 54 คะแนน |
| 1/8/2568 | 53.3 คะแนน |
| 1/7/2568 | 53.6 คะแนน |
| 1/6/2568 | 55.6 คะแนน |
| 1/5/2568 | 56.4 คะแนน |
| 1/4/2568 | 55.3 คะแนน |
| 1/3/2568 | 52.9 คะแนน |
ค่าเฉพาะทางมหภาคที่คล้ายกันกับ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อรวม (PMI)
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของธนาคาร Stanbic Uganda พิจารณาจากข้อมูลที่รวบรวมจากการตอบแบบสอบถามรายเดือนที่ส่งไปยังผู้บริหารฝ่ายจัดซื้อในบริษัทเอกชนประมาณ 400 แห่ง ซึ่งถูกคัดเลือกอย่างละเอียดเพื่อให้เป็นตัวแทนอย่างแท้จริงของโครงสร้างเศรษฐกิจของยูกันดา รวมถึงด้านเกษตรกรรม, ก่อสร้าง, อุตสาหกรรม, บริการ และค้าส่ง & ค้าปลีก คณะสำรวจถูกแบ่งชั้นตาม GDP และขนาดแรงงานในบริษัท การตอบแบบสอบถามสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในเดือนปัจจุบันเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าตามข้อมูลที่รวบรวมกลางเดือน การอ่านค่ามากกว่า 50 บ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นโดยรวมของตัวแปรนั้น ในขณะที่ค่าต่ำกว่า 50 บ่งชี้ถึงการลดลงโดยรวม ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ™ (PMI™) เป็นดัชนีผสมที่พิจารณาจากห้าส่วนย่อยดังนี้: คำสั่งซื้อใหม่ - 0.3, ผลผลิต - 0.25, การจ้างงาน - 0.2, เวลาการจัดส่งของซัพพลายเออร์ - 0.15, สต็อกสินค้าที่ซื้อ - 0.1 โดยที่ส่วนย่อยของเวลาการจัดส่งของซัพพลายเออร์จะถูกกลับทิศทางเพื่อให้เคลื่อนไหวในทิศทางที่เทียบเคียงกันได้
หน้ามาโครสำหรับประเทศอื่นๆใน แอฟริกา
คืออะไร ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อรวม (PMI)
ที่ Eulerpool เว็บไซต์ที่เชื่อถือได้สำหรับการแสดงข้อมูลเศรษฐกิจมหภาค เรามุ่งมั่นที่จะให้ข้อมูลที่มีคุณภาพสูงและเป็นปัจจุบัน ในหมวดหมู่การวัดดัชนีเศรษฐกิจมหภาคหนึ่งที่ได้รับความนิยมและได้รับการยอมรับในระดับสากลคือ 'Composite PMI' หรือดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อแบบผสม เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สำคัญที่นำมาใช้ในการประเมินสภาพเศรษฐกิจโดยรวม ทั้งในภาคการผลิตและภาคบริการ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อแบบผสม (Composite PMI) คืออะไร? ดัชนี PMI เป็นเครื่องมือที่ถูกพัฒนามาเพื่อประเมินสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันและเป็นตัวชี้วัดระดับการเติบโตหรือหยุดชะงักของเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำการสำรวจผ่านการถามคำถามของผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในองค์กรต่าง ๆ ซึ่งพวกเขาจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับการสั่งซื้อ การผลิต สต๊อกสินค้า การจ้างงาน และราคาสินค้า และข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาคำนวณเป็นดัชนี PMI Composite PMI นั้นจะรวมข้อมูลทั้งจากภาคการผลิตและภาคบริการ ซึ่งทำให้ดัชนีนี้มีความครอบคลุมในการประเมินสภาพเศรษฐกิจแบบครบองค์รวม ภาคการบริการมีความสำคัญอย่างยิ่งในเศรษฐกิจสมัยใหม่ และการรวมข้อมูลจากทั้งสองภาคสาขาทำให้ได้รับภาพรวมที่แม่นยำและแพร่หลายมากขึ้น ทำไม Composite PMI ถึงสำคัญ? Composite PMI มีบทบาทสำคัญในการทำให้เราเข้าใจและประเมินสภาพเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เนื่องจากดัชนีนี้จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ การใช้จ่ายของผู้บริโภค การจ้างงาน และการลงทุน ถ้าดัชนี Composite PMI สูงกว่า 50 แสดงว่าเศรษฐกิจมีการขยายตัว ในขณะที่ดัชนีที่ต่ำกว่า 50 บ่งบอกถึงการหดตัวของเศรษฐกิจ ผลลัพธ์ของ Composite PMI จะนำเสนอได้ทั้งแบบรายเดือนหรือรายไตรมาส ซึ่งจะช่วยให้ผู้วางแผนในบริษัท นักลงทุน นักวิเคราะห์ และผู้บริหารองค์กรสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้งานได้ทันที การเพิ่มขึ้นหรือลดลงของ Composite PMI ทั้งในช่วงเวลาสั้นและเวลา่ยาวจึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สามารถบ่งบอกถึงแนวโน้มทางเศรษฐกิจในอนาคตได้ เมื่อเราพูดถึงการวางแผนและการตัดสินใจในด้านเศรษฐกิจ การมีข้อมูลที่รวดเร็วและแม่นยำนับเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง Composite PMI จึงให้ประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้วางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจหรือผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารเศรษฐกิจมหาภาค ทั้งนี้เนื่องจากผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อมีข้อมูลภายในที่สามารถสรุปภาพรวมได้อย่างชัดเจน การเปรียบเทียบ Composite PMI ระหว่างประเทศหรือภูมิภาคแตกต่างกันยังเป็นการให้มุมมองที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับการค้าโลกและการเติบโตของเศรษฐกิจแต่ละประเทศ แต่ละภูมิภาคสามารถนำข้อมูล Composite PMI ไปใช้ในการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจ, เปรียบเทียบความสามารถในการแข่งขัน, และดูการพัฒนาทางเศรษฐกิจในระยะยาว การให้ความสำคัญกับข้อมูล Composite PMI ยังเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนที่ต้องการทำการวิเคราะห์การลงทุนเชิงลึก ทั้งในแง่ของการวิเคราะห์เศรษฐกิจระดับมหภาคและการตรวจสอบสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง การเชื่อมโยงข้อมูลที่ได้กับข้อมูลอื่นๆ เช่น อัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และดัชนีการค้าสามารถช่วยให้ผู้ลงทุนมีข้อมูลที่ครบถ้วนและทำให้ตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การเข้าใจในดัชนี Composite PMI ยังเป็นประโยชน์ในการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงในนโยบายรัฐบาลที่อาจจะมีผลต่อเศรษฐกิจ การประเมินการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคตสามารถทำให้ผู้ที่มีความรับผิดชอบในระดับรัฐบาลหรือธนาคารกลางสร้างนโยบายที่เหมาะสมและทันเวลา โดยสรุป ดัชนี Composite PMI เป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการประเมินสภาพเศรษฐกิจโดยรวม ไม่ว่าจะเป็นภาพรวมของการเติบโตในระยะสั้นหรือยาว รวมทั้งยังเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจและการลงทุน ซึ่งทางเว็บไซต์ Eulerpool มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอข้อมูลที่มีคุณค่านี้ให้แก่ผู้ใช้งานทุกท่าน เพื่อให้ได้ตัดสินใจอย่างมีข้อมูลและความมั่นใจในทุกสถานการณ์

