Terminal Access

ทำการลงทุนที่ดีที่สุดในชีวิตของคุณ

Bloomberg Fair Value
20M Securities
50Y History
10Y Estimates
8.000+ News Daily
เริ่มต้นที่ 2 ยูโร
Analyse
โปรไฟล์
🇱🇹

ลิทัวเนีย อัตราเงินเฟ้อ

ราคา

3.5 %
การเปลี่ยนแปลง +/-
-0.1 %
เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลง
-2.82 %

ค่า อัตราเงินเฟ้อ ปัจจุบันใน ลิทัวเนีย คือ 3.5 % อัตราเงินเฟ้อ ใน ลิทัวเนีย ลดลงถึง 3.5 % เมื่อ 1/2/2568 หลังจากที่เคยเป็น 3.6 % เมื่อ 1/1/2568 จาก 1/6/2536 ถึง 1/2/2568 GDP เฉลี่ยใน ลิทัวเนีย อยู่ที่ 15.31 % สถิติสูงสุดตลอดกาลอยู่เมื่อ 1/6/2536 ที่ 707.4 % ในขณะที่ค่าต่ำสุดจดบันทึกไว้เมื่อ 1/1/2546 ที่ -2 %

แหล่งที่มา: Statistics Lithuania

อัตราเงินเฟ้อ

  • แม็กซ์

อัตราเงินเฟ้อ

อัตราเงินเฟ้อ ประวัติศาสตร์

วันที่มูลค่า
1/2/25683.5 %
1/1/25683.6 %
1/12/25672.1 %
1/11/25671.3 %
1/10/25670.3 %
1/9/25670.5 %
1/8/25670.7 %
1/7/25670.9 %
1/6/25670.7 %
1/5/25670.5 %
1
2
3
4
5
...
34

ค่าเฉพาะทางมหภาคที่คล้ายกันกับ อัตราเงินเฟ้อ

ชื่อปัจจุบันก่อนหน้าความถี่
🇱🇹
CPI Transport
147.751 points146.895 pointsรายเดือน
🇱🇹
การเปลี่ยนแปลงราคาผู้ผลิต
-0.7 %-1.5 %รายเดือน
🇱🇹
เงินเฟ้อด้านอาหาร
3.1 %2.6 %รายเดือน
🇱🇹
ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)
158.38 points157.48 pointsรายเดือน
🇱🇹
ดัชนีราคาผู้บริโภคที่ปรับเทียบแล้ว
155.12 points154.41 pointsรายเดือน
🇱🇹
ดัชนีราคาผู้บริโภคที่อยู่อาศัยและค่าใช้จ่ายรอง
168.792 points167.436 pointsรายเดือน
🇱🇹
ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน
146.1 points145.78 pointsรายเดือน
🇱🇹
ต้นทุนการผลิต
121.1 points120.9 pointsรายเดือน
🇱🇹
ตัวคูณ GDP
157.903 points155.13 pointsควอร์เตอร์
🇱🇹
ราคานำเข้า
112.7 points112.3 pointsควอร์เตอร์
🇱🇹
ราคาส่งออก
108.7 points108.4 pointsควอร์เตอร์
🇱🇹
อัตราเงินเฟ้อ MoM
0.6 %1.8 %รายเดือน
🇱🇹
อัตราเงินเฟ้อที่ปรับให้เข้ากัน YoY
3.2 %3.4 %รายเดือน
🇱🇹
อัตราเงินเฟ้อที่ปรับให้เข้ากันรายเดือน
0.5 %1.6 %รายเดือน
🇱🇹
อัตราเงินเฟ้อผู้ผลิตรายเดือน
0.2 %1.3 %รายเดือน
🇱🇹
อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน
3 %3.3 %รายเดือน

ในลิทัวเนีย, หมวดหมู่ที่สำคัญที่สุดในดัชนีราคาผู้บริโภคคือ อาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (22 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักทั้งหมด). การขนส่งคิดเป็น 14 เปอร์เซ็นต์; ที่อยู่อาศัยและสาธารณูปโภคคิดเป็น 13 เปอร์เซ็นต์; เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบคิดเป็น 8 เปอร์เซ็นต์; สุขภาพคิดเป็น 8 เปอร์เซ็นต์; การพักผ่อนและวัฒนธรรมคิดเป็น 7 เปอร์เซ็นต์; สินค้าและบริการเบ็ดเตล็ดคิดเป็น 7 เปอร์เซ็นต์; เสื้อผ้าและรองเท้าคิดเป็น 6 เปอร์เซ็นต์; เฟอร์นิเจอร์, อุปกรณ์ในครัวเรือนและการบำรุงรักษาคิดเป็น 5 เปอร์เซ็นต์; ร้านอาหารและโรงแรมคิดเป็น 6 เปอร์เซ็นต์; การสื่อสารคิดเป็น 3 เปอร์เซ็นต์; และการศึกษาคิดเป็น 2 เปอร์เซ็นต์.

หน้ามาโครสำหรับประเทศอื่นๆใน ยุโรป

คืออะไร อัตราเงินเฟ้อ

อัตราเงินเฟ้อ (Inflation Rate) เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุดในเศรษฐศาสตร์มหภาค ที่ใช้ในการวัดการเปลี่ยนแปลงของระดับราคาสินค้าและบริการในภาพรวมของเศรษฐกิจ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการประเมินสุขภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นบ่งบอกว่าค่าเงินของประเทศนั้นๆมีค่าลดลงทำให้กำลังซื้อของประชาชนลดลง ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อลดลงบ่งบอกถึงการเพิ่มขึ้นของค่าความมั่นคงของเงิน ซึ่งมีผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนในทิศทางที่ดีขึ้น ในบริบทของเศรษฐศาสตร์มหภาค อัตราเงินเฟ้อได้รับความสนใจจากทั้งภาครัฐบาล ภาคธุรกิจ นักเศรษฐศาสตร์ และประชาชนทั่วไป อัตราเงินเฟ้อสามารถส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อการตัดสินใจทางเศรษฐกิจ เช่น การตั้งอัตราดอกเบี้ย การวางแผนการลงทุน การกำหนดค่าแรง และการวางแผนการบริโภค ภาครัฐบาลมีบทบาทสำคัญในการควบคุมอัตราเงินเฟ้อ โดยใช้มาตรการทางการเงินและการคลัง เช่น การตั้งอัตราดอกเบี้ย การปรับเปลี่ยนภาษี และการใช้โครงการส่งเสริมการลงทุน เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อไม่ให้สูงหรือต่ำเกินไป การควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเป็นความท้าทายของนโยบายการเงินที่ต้องใช้ความชำนาญและประสบการณ์ในการกำหนดนโยบาย ในทางกลับกัน อัตราเงินเฟ้อที่สูงเกินไปอาจทำให้เกิดผลกระทบทางลบต่อเศรษฐกิจ ภาวะเงินเฟ้อที่สูงจะทำให้ผู้บริโภคมีความกังวลเรื่องการเพิ่มของราคาสินค้าและบริการ ทางเศรษฐกิจพบว่าอัตราเงินเฟ้อที่สูงสามารถทำให้ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตเพิ่มขึ้น ซ้ำยังส่งผลกระทบต่อการออม การลงทุน และการบริโภคในระยะยาว สิ่งนี้สามารถนำไปสู่เศรษฐกิจถดถอยหากไม่สามารถควบคุมได้อย่างเหมาะสม ในทางตรงกันข้าม อัตราเงินเฟ้อที่ต่ำเกินไป หรือแม้แต่อัตราเงินฝืด (deflation) ก็สามารถส่งผลกระทบทางลบที่คล้ายคลึงกัน เพราะอาจทำให้การบริโภคและการลงทุนลดลงเนื่องจากการคาดหมายของประชาชนว่า ราคาสินค้าและบริการจะลดลงในอนาคต ทำให้เกิดการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ดังนั้นการควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งที่ภาครัฐต้องให้ความสำคัญ การวัดอัตราเงินเฟ้อมักใช้มาตรวัดที่เรียกว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index, CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (Producer Price Index, PPI) ซึ่งทั้งสองดัชนีนี้ใช้ในการติดตามการเปลี่ยนแปลงของระดับราคาสินค้าและบริการในเศรษฐกิจ CPI มักใช้ในการวัดการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคซื้อ ส่วน PPI ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการที่ผู้ผลิตขาย ส่วนประกอบสำคัญของอัตราเงินเฟ้อคือ มาตรการด้านอุปสงค์และอุปทาน อุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น ถ้าอุปทานไม่สอดคล้องกับอุปสงค์ ส่วนประกอบอีกอย่างคือ การเปลี่ยนแปลงของต้นทุนการผลิต เช่น ราคาน้ำมัน วัตถุดิบ และค่าแรง ที่เพิ่มขึ้นหรือมีการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน จะส่งผลต่อราคาอย่างแน่นอน สำหรับเว็บไซต์ Eulerpool เราให้บริการข้อมูลทางเศรษฐกิจที่ครบถ้วนและแม่นยำ การติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลอัตราเงินเฟ้อเป็นสิ่งสำคัญในการทำให้ผู้ใช้งานสามารถตัดสินใจทางเศรษฐกิจอย่างมีข้อมูลที่ถูกต้องและเพียงพอ ทีมงานของเรายังมีการปรับปรุงข้อมูลอย่างต่อเนื่องและทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ใช้งานจะได้รับข้อมูลที่ทันสมัยและเป็นปัจจุบัน ในภาพรวม การทำความเข้าใจและการติดตามอัตราเงินเฟ้อมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจทางเศรษฐกิจ ทั้งในระดับบุคคลและระดับมหภาค การติดตามและการวิเคราะห์ข้อมูลอัตราเงินเฟ้ออย่างต่อเนื่องจะทำให้เราสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้สภาพเศรษฐกิจที่มีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การมีข้อมูลและการวิเคราะห์ที่เชื่อถือได้จะเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการเตรียมความพร้อมรับมือกับความท้าทายและโอกาสที่เกิดขึ้นในอนาคต ไม่เพียงแค่ในส่วนของการบริโภคและการลงทุน แต่ยังรวมถึงการตั้งนโยบายทางเศรษฐกิจในระดับชาติ ดังนั้น Eulerpool จึงเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือสำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลอัตราเงินเฟ้อและข้อมูลเศรษฐกิจมหภาครวมถึงการวิเคราะห์ที่ลึกซึ้งและละเอียดที่สุด เพื่อให้คุณสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและมั่นใจ