Terminal Access

ทำการลงทุนที่ดีที่สุดในชีวิตของคุณ

Bloomberg Fair Value
20M Securities
50Y History
10Y Estimates
8.000+ News Daily
เริ่มต้นที่ 2 ยูโร
Analyse
โปรไฟล์
🇨🇦

แคนาดา อัตราเงินเฟ้อ

ราคา

2.6 %
การเปลี่ยนแปลง +/-
+0.7 %
เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลง
+31.11 %

ค่า อัตราเงินเฟ้อ ปัจจุบันใน แคนาดา คือ 2.6 %. อัตราเงินเฟ้อ ใน แคนาดา เพิ่มขึ้นเป็น 2.6 % เมื่อ 1/2/2568 หลังจากที่เคยเป็น 1.9 % เมื่อ 1/1/2568. จาก 1/1/2458 ถึง 1/2/2568, GDP เฉลี่ยใน แคนาดา คือ 3.14 %. ค่าสูงสุดตลอดกาลเกิดขึ้นเมื่อ 1/6/2463 ที่ 21.6 % ขณะที่ค่าต่ำสุดเกิดขึ้นเมื่อ 1/6/2464 ที่ -17.8 %.

แหล่งที่มา: Statistics Canada

อัตราเงินเฟ้อ

  • แม็กซ์

อัตราเงินเฟ้อ

อัตราเงินเฟ้อ ประวัติศาสตร์

วันที่มูลค่า
1/2/25682.6 %
1/1/25681.9 %
1/12/25671.8 %
1/11/25671.9 %
1/10/25672 %
1/9/25671.6 %
1/8/25672 %
1/7/25672.5 %
1/6/25672.7 %
1/5/25672.9 %
1
2
3
4
5
...
112

ค่าเฉพาะทางมหภาคที่คล้ายกันกับ อัตราเงินเฟ้อ

ชื่อปัจจุบันก่อนหน้าความถี่
🇨🇦
CPI Transport
173.6 points173.1 pointsรายเดือน
🇨🇦
Median-CPI
2.9 %2.7 %รายเดือน
🇨🇦
การเปลี่ยนแปลงราคาผู้ผลิต
4.9 %5.8 %รายเดือน
🇨🇦
ความคาดหวังเงินเฟ้อ
3.05 %3.84 %ควอร์เตอร์
🇨🇦
ค่าเฉลี่ยตัดปีกของดัชนีราคาผู้บริโภค
2.9 %2.7 %รายเดือน
🇨🇦
เงินเฟ้อค่าเช่า
5.8 %6.3 %รายเดือน
🇨🇦
เงินเฟ้อด้านอาหาร
1.3 %-0.6 %รายเดือน
🇨🇦
ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)
163 points161.3 pointsรายเดือน
🇨🇦
ดัชนีราคาผู้บริโภคที่อยู่อาศัยและค่าใช้จ่ายรอง
186.7 points186.4 pointsรายเดือน
🇨🇦
ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน
157.6 points156.5 pointsรายเดือน
🇨🇦
ต้นทุนการผลิต
130.7 points130.2 pointsรายเดือน
🇨🇦
ตัวคูณ GDP
128.2 points127.1 pointsควอร์เตอร์
🇨🇦
ภาวะเงินเฟ้อในการบริการ
3.6 %2.8 %รายเดือน
🇨🇦
ราคาขายส่ง
146.9 points146.4 pointsรายเดือน
🇨🇦
ราคานำเข้า
139.1 points137.1 pointsรายเดือน
🇨🇦
ราคาวัตถุดิบ YoY
9.3 %11.2 %รายเดือน
🇨🇦
ราคาส่งออก
141.1 points137.9 pointsรายเดือน
🇨🇦
อัตราเงินเฟ้อ MoM
1.1 %0.1 %รายเดือน
🇨🇦
อัตราเงินเฟ้อผู้ผลิตรายเดือน
0.4 %1.6 %รายเดือน
🇨🇦
อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน
2.7 %2.1 %รายเดือน
🇨🇦
อัตราเงินเฟ้อหลัก MoM
0.7 %0.4 %รายเดือน

ในประเทศแคนาดา หมวดหมู่ที่สำคัญที่สุดในดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) คือ ที่อยู่อาศัย (30 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักทั้งหมด) และ การขนส่ง (17 เปอร์เซ็นต์) อาหารคิดเป็น 16 เปอร์เซ็นต์ การปฏิบัติงานในครัวเรือน เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ 15 เปอร์เซ็นต์ การพักผ่อน การศึกษา และการอ่าน 9 เปอร์เซ็นต์ สุขภาพและการดูแลส่วนบุคคล 5 เปอร์เซ็นต์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และผลิตภัณฑ์ยาสูบ 5 เปอร์เซ็นต์ และเสื้อผ้าและรองเท้า คิดเป็นอีก 4 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ ตะกร้า CPI นี้จะถูกทบทวนทุกสี่ปีตามการสำรวจครัวเรือน น้ำหนักปัจจุบันอ้างอิงตามรูปแบบการใช้จ่ายในปี 2002

คืออะไร อัตราเงินเฟ้อ

อัตราเงินเฟ้อ (Inflation Rate) เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุดในเศรษฐศาสตร์มหภาค ที่ใช้ในการวัดการเปลี่ยนแปลงของระดับราคาสินค้าและบริการในภาพรวมของเศรษฐกิจ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการประเมินสุขภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นบ่งบอกว่าค่าเงินของประเทศนั้นๆมีค่าลดลงทำให้กำลังซื้อของประชาชนลดลง ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อลดลงบ่งบอกถึงการเพิ่มขึ้นของค่าความมั่นคงของเงิน ซึ่งมีผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนในทิศทางที่ดีขึ้น ในบริบทของเศรษฐศาสตร์มหภาค อัตราเงินเฟ้อได้รับความสนใจจากทั้งภาครัฐบาล ภาคธุรกิจ นักเศรษฐศาสตร์ และประชาชนทั่วไป อัตราเงินเฟ้อสามารถส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อการตัดสินใจทางเศรษฐกิจ เช่น การตั้งอัตราดอกเบี้ย การวางแผนการลงทุน การกำหนดค่าแรง และการวางแผนการบริโภค ภาครัฐบาลมีบทบาทสำคัญในการควบคุมอัตราเงินเฟ้อ โดยใช้มาตรการทางการเงินและการคลัง เช่น การตั้งอัตราดอกเบี้ย การปรับเปลี่ยนภาษี และการใช้โครงการส่งเสริมการลงทุน เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อไม่ให้สูงหรือต่ำเกินไป การควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเป็นความท้าทายของนโยบายการเงินที่ต้องใช้ความชำนาญและประสบการณ์ในการกำหนดนโยบาย ในทางกลับกัน อัตราเงินเฟ้อที่สูงเกินไปอาจทำให้เกิดผลกระทบทางลบต่อเศรษฐกิจ ภาวะเงินเฟ้อที่สูงจะทำให้ผู้บริโภคมีความกังวลเรื่องการเพิ่มของราคาสินค้าและบริการ ทางเศรษฐกิจพบว่าอัตราเงินเฟ้อที่สูงสามารถทำให้ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตเพิ่มขึ้น ซ้ำยังส่งผลกระทบต่อการออม การลงทุน และการบริโภคในระยะยาว สิ่งนี้สามารถนำไปสู่เศรษฐกิจถดถอยหากไม่สามารถควบคุมได้อย่างเหมาะสม ในทางตรงกันข้าม อัตราเงินเฟ้อที่ต่ำเกินไป หรือแม้แต่อัตราเงินฝืด (deflation) ก็สามารถส่งผลกระทบทางลบที่คล้ายคลึงกัน เพราะอาจทำให้การบริโภคและการลงทุนลดลงเนื่องจากการคาดหมายของประชาชนว่า ราคาสินค้าและบริการจะลดลงในอนาคต ทำให้เกิดการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ดังนั้นการควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งที่ภาครัฐต้องให้ความสำคัญ การวัดอัตราเงินเฟ้อมักใช้มาตรวัดที่เรียกว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index, CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (Producer Price Index, PPI) ซึ่งทั้งสองดัชนีนี้ใช้ในการติดตามการเปลี่ยนแปลงของระดับราคาสินค้าและบริการในเศรษฐกิจ CPI มักใช้ในการวัดการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคซื้อ ส่วน PPI ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการที่ผู้ผลิตขาย ส่วนประกอบสำคัญของอัตราเงินเฟ้อคือ มาตรการด้านอุปสงค์และอุปทาน อุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น ถ้าอุปทานไม่สอดคล้องกับอุปสงค์ ส่วนประกอบอีกอย่างคือ การเปลี่ยนแปลงของต้นทุนการผลิต เช่น ราคาน้ำมัน วัตถุดิบ และค่าแรง ที่เพิ่มขึ้นหรือมีการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน จะส่งผลต่อราคาอย่างแน่นอน สำหรับเว็บไซต์ Eulerpool เราให้บริการข้อมูลทางเศรษฐกิจที่ครบถ้วนและแม่นยำ การติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลอัตราเงินเฟ้อเป็นสิ่งสำคัญในการทำให้ผู้ใช้งานสามารถตัดสินใจทางเศรษฐกิจอย่างมีข้อมูลที่ถูกต้องและเพียงพอ ทีมงานของเรายังมีการปรับปรุงข้อมูลอย่างต่อเนื่องและทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ใช้งานจะได้รับข้อมูลที่ทันสมัยและเป็นปัจจุบัน ในภาพรวม การทำความเข้าใจและการติดตามอัตราเงินเฟ้อมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจทางเศรษฐกิจ ทั้งในระดับบุคคลและระดับมหภาค การติดตามและการวิเคราะห์ข้อมูลอัตราเงินเฟ้ออย่างต่อเนื่องจะทำให้เราสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้สภาพเศรษฐกิจที่มีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การมีข้อมูลและการวิเคราะห์ที่เชื่อถือได้จะเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการเตรียมความพร้อมรับมือกับความท้าทายและโอกาสที่เกิดขึ้นในอนาคต ไม่เพียงแค่ในส่วนของการบริโภคและการลงทุน แต่ยังรวมถึงการตั้งนโยบายทางเศรษฐกิจในระดับชาติ ดังนั้น Eulerpool จึงเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือสำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลอัตราเงินเฟ้อและข้อมูลเศรษฐกิจมหภาครวมถึงการวิเคราะห์ที่ลึกซึ้งและละเอียดที่สุด เพื่อให้คุณสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและมั่นใจ