🇷🇼

รวันดา ตัวคูณจีดีพี (GDP)

ราคา

ราคา
109 คะแนน
1/9/2568
การเปลี่ยนแปลง +/-
+4 คะแนน
เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลง
+3.81 %

ค่าปัจจุบันของ ตัวคูณจีดีพี (GDP) ใน รวันดา คือ 109 คะแนน ตัวคูณจีดีพี (GDP) ใน รวันดา เพิ่มขึ้นเป็น 109 คะแนน เมื่อ 1/9/2568 หลังจากที่เป็น 105 คะแนน เมื่อ 1/6/2568 จาก 1/3/2549 ถึง 1/9/2568 ค่าเฉลี่ยของ GDP ใน รวันดา คือ 59.97 คะแนน ค่าสูงสุดตลอดกาลคือวันที่ 1/9/2568 ที่ 109 คะแนน ในขณะที่ค่าต่ำสุดบันทึกไว้เมื่อ 1/3/2549 ที่ 30 คะแนน

แหล่งที่มา: National Institute of Statistics of Rwanda

ตัวคูณจีดีพี (GDP)

ตัวคูณจีดีพี (GDP)

  • 3 ปี

  • 5 ปี

  • 10 ปี

  • 25 ปี

  • แม็กซ์

ตัวคูณ GDP

ตัวคูณจีดีพี (GDP) ประวัติศาสตร์

วันที่มูลค่า
1/9/2568109 คะแนน
1/6/2568105 คะแนน
1/3/2568104 คะแนน
1/12/2567105 คะแนน
1/9/2567102 คะแนน
1/6/256797 คะแนน
1/3/256795 คะแนน
1/12/256695 คะแนน
1/9/256691 คะแนน
1/6/256691 คะแนน
1
2
3
4
5
...
8

ค่าเฉพาะทางมหภาคที่คล้ายกันกับ ตัวคูณจีดีพี (GDP)

🇷🇼

CPI Transport

รายเดือน

ปัจจุบัน
185.5 points
ก่อนหน้า
185.4 points
🇷🇼

การเปลี่ยนแปลงราคาผู้ผลิต

รายเดือน

ปัจจุบัน
3.4 %
ก่อนหน้า
6.8 %
🇷🇼

เงินเฟ้อด้านอาหาร

รายเดือน

ปัจจุบัน
5.3 %
ก่อนหน้า
1 %
🇷🇼

ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)

รายเดือน

ปัจจุบัน
213.1 points
ก่อนหน้า
211.8 points
🇷🇼

ดัชนีราคาผู้บริโภคที่อยู่อาศัยและค่าใช้จ่ายรอง

รายเดือน

ปัจจุบัน
163 points
ก่อนหน้า
161.5 points
🇷🇼

ต้นทุนการผลิต

รายเดือน

ปัจจุบัน
109.1 points
ก่อนหน้า
108.9 points
🇷🇼

อัตราเงินเฟ้อ

รายเดือน

ปัจจุบัน
7.5 %
ก่อนหน้า
5.2 %
🇷🇼

อัตราเงินเฟ้อ MoM

รายเดือน

ปัจจุบัน
0.6 %
ก่อนหน้า
-0.6 %
🇷🇼

อัตราเงินเฟ้อผู้ผลิตรายเดือน

รายเดือน

ปัจจุบัน
0.2 %
ก่อนหน้า
-0.8 %
🇷🇼

อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน

รายเดือน

ปัจจุบัน
7.4 %
ก่อนหน้า
7.2 %

หน้ามาโครสำหรับประเทศอื่นๆใน แอฟริกา

🇩🇿
แอลจีเรีย
🇦🇴
แองโกลา
🇧🇯
เบนิน
🇧🇼
บอตสวานา
🇧🇫
บูร์กินาฟาโซ
🇧🇮
บุรุนดี
🇨🇲
กาเมอรูน
🇨🇻
คาบูเวิร์เด
🇨🇫
สาธารณรัฐแอฟริกากลาง
🇹🇩
ชาด
🇰🇲
โคมอรอส
🇨🇬
คองโก
🇿🇦
แอฟริกาใต้
🇩🇯
จิบูตี
🇪🇬
อียิปต์
🇬🇶
อิเควทอเรียลกินี
🇪🇷
เอริเทรีย
🇪🇹
เอธิโอเปีย
🇬🇦
กาบอง
🇬🇲
แกมเบีย
🇬🇭
กานา
🇬🇳
กินี
🇬🇼
กินี-บิสเซา
🇨🇮
ไอวอรีโคสต์
🇰🇪
เคนยา
🇱🇸
เลโซโท
🇱🇷
ไลบีเรีย
🇱🇾
ลิเบีย
🇲🇬
มาดากัสการ์
🇲🇼
มาลาวี
🇲🇱
มาลี
🇲🇷
มอริเตเนีย
🇲🇺
มอริเชียส
🇲🇦
โมร็อกโก
🇲🇿
โมซัมบิก
🇳🇦
นามิเบีย
🇳🇪
ไนเจอร์
🇳🇬
ไนจีเรีย
🇸🇹
เซาตูเมและปรินซิปี
🇸🇳
เซเนกัล
🇸🇨
เซเชล
🇸🇱
เซียร์ราลีโอน
🇸🇴
โซมาเลีย
ซูดานใต้
🇸🇩
ซูดาน
🇸🇿
สวาซิแลนด์
🇹🇿
แทนซาเนีย
🇹🇬
โตโก
🇹🇳
ตูนิเซีย
🇺🇬
ยูกันดา
🇿🇲
แซมเบีย
🇿🇼
ซิมบับเว

คืออะไร ตัวคูณจีดีพี (GDP)

GDP Deflator (ดัชนีราคาผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ) เป็นหนึ่งในดัชนีที่สำคัญที่สุดที่ถูกใช้ในวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาค เป็นตัวชี้วัดเชิงตัวเลขที่ช่วยให้เราสามารถประเมินแนวโน้มของราคาและราคาเงินเฟ้อได้ โดยการแยกปัจจัยที่เป็นปริมาณการผลิตออกจากปัจจัยที่เป็นการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและบริการ และวัดการเปลี่ยนแปลงราคาของทุกสินค้าภายในประเทศเรื่องนี้มีความหมายอย่างมากในการวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจมหภาค เนื่องจากสามารถช่วยให้ทางรัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงนักลงทุนใช้ในการวิเคราะห์และคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในภาคการศึกษาเศรษฐศาสตร์ การเพิ่มขึ้นของดัชนีราคาผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศส่วนใหญ่จะถูกมองว่าเป็นสัญญาณหนึ่งของเงินเฟ้อ เนื่องจากหากราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องก็จะมีผลกระทบต่อความสามารถในการซื้อสินค้าของผู้บริโภค และสร้างแรงกดดันให้กับธุรกิจในการกำหนดราคาสินค้าและบริการให้สูงขึ้น GDP Deflator นั้นไม่เหมือนกับดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) หรือดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เนื่องจากมันไม่จำกัดแค่รายการของสินค้าหรือบริการที่ถูกกำหนดในตะกร้าสินค้า แต่จะคำนวณจากการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าทุกประเภทที่ถูกผลิตภายในประเทศดังนั้น มันจึงให้ภาพที่ครอบคลุมมากกว่าเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของราคาในเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังช่วยให้มองเห็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านราคาในภาคการผลิต การบริโภค การลงทุน และการค้าระหว่างประเทศในภาพรวม การคำนวน GDP Deflator ทำนั้นเรียบง่ายในทางทฤษฎี โดยเศรษฐกิจที่เป็นตัวแทนของการคำนวณนี้แสดงผ่านสมการ GDP Deflator = (nGDP / rGDP) * 100 ซึ่ง nGDP (Nominal GDP) คือมูลค่าของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศเรียลมูลค่าปัจจุบันที่ยังไม่ได้ ปรับปรุงตามดัชนีเงินเฟ้อ ส่วน rGDP (Real GDP) คือมูลค่าของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่ถูกปรับปรุงตามดัชนีเงินเฟ้อสมการนี้ทำให้เราสามารถแยกความแตกต่างระหว่างการเปลี่ยนแปลงที่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงปริมาณการผลิตและการเปลี่ยนแปลงของระดับราคาสินค้าได้อย่างง่ายดาย ความสำคัญของ GDP Deflator นั้นไม่สามารถประมาทได้ แน่นอนเราสามารถนำดัชนีนี้มาใช้เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจในระยะยาวและระยะสั้น ตลอดจนการคาดการณ์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของอัตราเงินเฟ้อในอนาคต โดยทั่วไปดัชนีนี้ยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการเปรียบเทียบระดับราคาของแต่ละช่วงเวลาสร้างความชัดเจนในการวิเคราะห์ว่าสภาวะเศรษฐกิจในแต่ละช่วงเวลามีแนวโน้มและสถานการณ์ที่เป็นอย่างไร นักเศรษฐศาสตร์ นักการเงิน รวมไปถึงนักลงทุน จะใช้ GDP Deflator เพื่อวิเคราะห์ถึงความเปลี่ยนแปลงของราคาในตลาดได้ดียิ่งขึ้นตัวอย่างเช่น นักลงทุนที่ต้องการวิเคราะห์การลงทุนในระยะยาวอาจจะมองหาสัญญาณที่แสดงถึงการเพิ่มขึ้นของดัชนีนี้เนื่องจากมันสามารถบอกได้ว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่จะแข็งแรงขึ้นหรือมีความเสถียรและชัดเจนขึ้น แต่ในทางกลับกันหาก GDP Deflator ลดลง ก็อาจเป็นสัญญาณหนึ่งที่บ่งชี้ถึงการลดลงของระดับราคาสินค้าและบริการ ซึ่งอาจทำให้มีผลกระทบทางลบในบางภาคส่วนของเศรษฐกิจ นอกจากนี้การวิเคราะห์ GDP Deflator ยังช่วยให้สามารถประเมินความสามารถในการบริโภคของประชาชนได้อย่างชัดเจนมากขึ้น การเพิ่มขึ้นของดัชนีนี้สามารถสื่อถึงว่าประชาชนอาจจะมีความสามารถในการบริโภคน้อยลงเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของราคา ซึ่งอาจนำไปสู่การลดลงของความต้องการสินค้าบางประเภท สิ่งนี้ยังมีผลกระทบต่อการวางแผนการผลิตและการบริหารจัดการของธุรกิจที่ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับแนวโน้มนี้ตามไปด้วย ในทำนองเดียวกัน GDP Deflator ยังเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการวิเคราะห์และวางแผนในระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายการเงิน เช่นการปรับอัตราดอกเบี้ย หรือการกำหนดนโยบายการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ การใช้งบประมาณของรัฐบาลในการลงทุนในภาคส่วนต่างๆ จะต้องพิจารณาถึงดัชนีนี้อย่างถี่ถ้วนเพื่อให้การดำเนินนโยบายในแต่ละระดับมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในขณะนั้นๆ สุดท้ายนี้ การทำความเข้าใจดัชนี GDP Deflator และการวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องยังจำเป็นต้องอาศัยความตั้งใจและความระมัดระวังในการประมวลผล เนื่องจากเศรษฐกิจเป็นระบบที่มีความซับซ้อนการวิเคราะห์ที่ถูกต้องและครบถ้วนมีความสำคัญอย่างมากเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจและการวางแผนที่ดีที่สุดสำหรับทุกภาคส่วนของสังคม เว็บไซต์ eulerpool ของเรามุ่งมั่นที่จะนำเสนอข้อมูลดัชนีราคาผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศพร้อมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคที่ครอบคลุมและทันสมัย เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญและใช้ในการวิเคราะห์เศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ