🇳🇦

นามิเบีย ตัวคูณจีดีพี (GDP)

ราคา

ราคา
155.64 คะแนน
1/1/2567
การเปลี่ยนแปลง +/-
+4.9 คะแนน
เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลง
+3.25 %

ค่าปัจจุบันของ ตัวคูณจีดีพี (GDP) ใน นามิเบีย คือ 155.64 คะแนน ตัวคูณจีดีพี (GDP) ใน นามิเบีย เพิ่มขึ้นเป็น 155.64 คะแนน เมื่อ 1/1/2567 หลังจากที่เป็น 150.74 คะแนน เมื่อ 1/1/2566 จาก 1/1/2550 ถึง 1/1/2567 ค่าเฉลี่ยของ GDP ใน นามิเบีย คือ 104.69 คะแนน ค่าสูงสุดตลอดกาลคือวันที่ 1/1/2567 ที่ 155.64 คะแนน ในขณะที่ค่าต่ำสุดบันทึกไว้เมื่อ 1/1/2550 ที่ 56.92 คะแนน

แหล่งที่มา: Central Bureau of Statistics, Namibia

ตัวคูณจีดีพี (GDP)

ตัวคูณจีดีพี (GDP)

  • แม็กซ์

ตัวคูณ GDP
Date
ตัวคูณ GDP
Jan 1, 2550
56.92 points
Jan 1, 2551
63.13 points
Jan 1, 2552
67.53 points
Jan 1, 2553
69.93 points
Jan 1, 2554
72.6 points
Jan 1, 2555
81.95 points
Jan 1, 2556
88.95 points
Jan 1, 2557
96.28 points
Jan 1, 2558
100 points
Jan 1, 2559
107.97 points
Jan 1, 2560
118.68 points
Jan 1, 2561
123.93 points
Jan 1, 2562
125.08 points
Jan 1, 2563
130.87 points
Jan 1, 2564
132.88 points

ตัวคูณจีดีพี (GDP) ประวัติศาสตร์

วันที่มูลค่า
1/1/2567155.64 คะแนน
1/1/2566150.74 คะแนน
1/1/2565141.41 คะแนน
1/1/2564132.88 คะแนน
1/1/2563130.87 คะแนน
1/1/2562125.08 คะแนน
1/1/2561123.93 คะแนน
1/1/2560118.68 คะแนน
1/1/2559107.97 คะแนน
1/1/2558100 คะแนน
1
2

หน้ามาโครสำหรับประเทศอื่นๆใน แอฟริกา

🇩🇿
แอลจีเรีย
🇦🇴
แองโกลา
🇧🇯
เบนิน
🇧🇼
บอตสวานา
🇧🇫
บูร์กินาฟาโซ
🇧🇮
บุรุนดี
🇨🇲
กาเมอรูน
🇨🇻
คาบูเวิร์เด
🇨🇫
สาธารณรัฐแอฟริกากลาง
🇹🇩
ชาด
🇰🇲
โคมอรอส
🇨🇬
คองโก
🇿🇦
แอฟริกาใต้
🇩🇯
จิบูตี
🇪🇬
อียิปต์
🇬🇶
อิเควทอเรียลกินี
🇪🇷
เอริเทรีย
🇪🇹
เอธิโอเปีย
🇬🇦
กาบอง
🇬🇲
แกมเบีย
🇬🇭
กานา
🇬🇳
กินี
🇬🇼
กินี-บิสเซา
🇨🇮
ไอวอรีโคสต์
🇰🇪
เคนยา
🇱🇸
เลโซโท
🇱🇷
ไลบีเรีย
🇱🇾
ลิเบีย
🇲🇬
มาดากัสการ์
🇲🇼
มาลาวี
🇲🇱
มาลี
🇲🇷
มอริเตเนีย
🇲🇺
มอริเชียส
🇲🇦
โมร็อกโก
🇲🇿
โมซัมบิก
🇳🇪
ไนเจอร์
🇳🇬
ไนจีเรีย
🇷🇼
รวันดา
🇸🇹
เซาตูเมและปรินซิปี
🇸🇳
เซเนกัล
🇸🇨
เซเชล
🇸🇱
เซียร์ราลีโอน
🇸🇴
โซมาเลีย
ซูดานใต้
🇸🇩
ซูดาน
🇸🇿
สวาซิแลนด์
🇹🇿
แทนซาเนีย
🇹🇬
โตโก
🇹🇳
ตูนิเซีย
🇺🇬
ยูกันดา
🇿🇲
แซมเบีย
🇿🇼
ซิมบับเว

คืออะไร ตัวคูณจีดีพี (GDP)

GDP Deflator (ดัชนีราคาผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ) เป็นหนึ่งในดัชนีที่สำคัญที่สุดที่ถูกใช้ในวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาค เป็นตัวชี้วัดเชิงตัวเลขที่ช่วยให้เราสามารถประเมินแนวโน้มของราคาและราคาเงินเฟ้อได้ โดยการแยกปัจจัยที่เป็นปริมาณการผลิตออกจากปัจจัยที่เป็นการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและบริการ และวัดการเปลี่ยนแปลงราคาของทุกสินค้าภายในประเทศเรื่องนี้มีความหมายอย่างมากในการวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจมหภาค เนื่องจากสามารถช่วยให้ทางรัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงนักลงทุนใช้ในการวิเคราะห์และคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในภาคการศึกษาเศรษฐศาสตร์ การเพิ่มขึ้นของดัชนีราคาผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศส่วนใหญ่จะถูกมองว่าเป็นสัญญาณหนึ่งของเงินเฟ้อ เนื่องจากหากราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องก็จะมีผลกระทบต่อความสามารถในการซื้อสินค้าของผู้บริโภค และสร้างแรงกดดันให้กับธุรกิจในการกำหนดราคาสินค้าและบริการให้สูงขึ้น GDP Deflator นั้นไม่เหมือนกับดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) หรือดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เนื่องจากมันไม่จำกัดแค่รายการของสินค้าหรือบริการที่ถูกกำหนดในตะกร้าสินค้า แต่จะคำนวณจากการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าทุกประเภทที่ถูกผลิตภายในประเทศดังนั้น มันจึงให้ภาพที่ครอบคลุมมากกว่าเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของราคาในเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังช่วยให้มองเห็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านราคาในภาคการผลิต การบริโภค การลงทุน และการค้าระหว่างประเทศในภาพรวม การคำนวน GDP Deflator ทำนั้นเรียบง่ายในทางทฤษฎี โดยเศรษฐกิจที่เป็นตัวแทนของการคำนวณนี้แสดงผ่านสมการ GDP Deflator = (nGDP / rGDP) * 100 ซึ่ง nGDP (Nominal GDP) คือมูลค่าของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศเรียลมูลค่าปัจจุบันที่ยังไม่ได้ ปรับปรุงตามดัชนีเงินเฟ้อ ส่วน rGDP (Real GDP) คือมูลค่าของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่ถูกปรับปรุงตามดัชนีเงินเฟ้อสมการนี้ทำให้เราสามารถแยกความแตกต่างระหว่างการเปลี่ยนแปลงที่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงปริมาณการผลิตและการเปลี่ยนแปลงของระดับราคาสินค้าได้อย่างง่ายดาย ความสำคัญของ GDP Deflator นั้นไม่สามารถประมาทได้ แน่นอนเราสามารถนำดัชนีนี้มาใช้เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจในระยะยาวและระยะสั้น ตลอดจนการคาดการณ์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของอัตราเงินเฟ้อในอนาคต โดยทั่วไปดัชนีนี้ยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการเปรียบเทียบระดับราคาของแต่ละช่วงเวลาสร้างความชัดเจนในการวิเคราะห์ว่าสภาวะเศรษฐกิจในแต่ละช่วงเวลามีแนวโน้มและสถานการณ์ที่เป็นอย่างไร นักเศรษฐศาสตร์ นักการเงิน รวมไปถึงนักลงทุน จะใช้ GDP Deflator เพื่อวิเคราะห์ถึงความเปลี่ยนแปลงของราคาในตลาดได้ดียิ่งขึ้นตัวอย่างเช่น นักลงทุนที่ต้องการวิเคราะห์การลงทุนในระยะยาวอาจจะมองหาสัญญาณที่แสดงถึงการเพิ่มขึ้นของดัชนีนี้เนื่องจากมันสามารถบอกได้ว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่จะแข็งแรงขึ้นหรือมีความเสถียรและชัดเจนขึ้น แต่ในทางกลับกันหาก GDP Deflator ลดลง ก็อาจเป็นสัญญาณหนึ่งที่บ่งชี้ถึงการลดลงของระดับราคาสินค้าและบริการ ซึ่งอาจทำให้มีผลกระทบทางลบในบางภาคส่วนของเศรษฐกิจ นอกจากนี้การวิเคราะห์ GDP Deflator ยังช่วยให้สามารถประเมินความสามารถในการบริโภคของประชาชนได้อย่างชัดเจนมากขึ้น การเพิ่มขึ้นของดัชนีนี้สามารถสื่อถึงว่าประชาชนอาจจะมีความสามารถในการบริโภคน้อยลงเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของราคา ซึ่งอาจนำไปสู่การลดลงของความต้องการสินค้าบางประเภท สิ่งนี้ยังมีผลกระทบต่อการวางแผนการผลิตและการบริหารจัดการของธุรกิจที่ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับแนวโน้มนี้ตามไปด้วย ในทำนองเดียวกัน GDP Deflator ยังเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการวิเคราะห์และวางแผนในระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายการเงิน เช่นการปรับอัตราดอกเบี้ย หรือการกำหนดนโยบายการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ การใช้งบประมาณของรัฐบาลในการลงทุนในภาคส่วนต่างๆ จะต้องพิจารณาถึงดัชนีนี้อย่างถี่ถ้วนเพื่อให้การดำเนินนโยบายในแต่ละระดับมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในขณะนั้นๆ สุดท้ายนี้ การทำความเข้าใจดัชนี GDP Deflator และการวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องยังจำเป็นต้องอาศัยความตั้งใจและความระมัดระวังในการประมวลผล เนื่องจากเศรษฐกิจเป็นระบบที่มีความซับซ้อนการวิเคราะห์ที่ถูกต้องและครบถ้วนมีความสำคัญอย่างมากเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจและการวางแผนที่ดีที่สุดสำหรับทุกภาคส่วนของสังคม เว็บไซต์ eulerpool ของเรามุ่งมั่นที่จะนำเสนอข้อมูลดัชนีราคาผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศพร้อมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคที่ครอบคลุมและทันสมัย เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญและใช้ในการวิเคราะห์เศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ