ตำนานนักลงทุนเลือกใช้ Eulerpool

Trusted by leading companies and financial institutions

BlackRock logoAllianz logoGoogle logoAnthropic logoBloomberg logoRevolut logoNASDAQ logoCoinbase logo
BlackRock logoAllianz logoGoogle logoAnthropic logoBloomberg logoRevolut logoNASDAQ logoCoinbase logo
🇨🇦

แคนาดา การเติบโตของค่าจ้าง

ราคา

ราคา
2.2 %
1/10/2568
การเปลี่ยนแปลง +/-
-0.73 %
เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลง
-24.91 %

มูลค่าปัจจุบันของการเติบโตของค่าจ้างในแคนาดาคือ2.2% การเติบโตของค่าจ้างในแคนาดาลดลงเหลือ2.2%เมื่อ1/10/2568หลังจากที่เคยเป็น2.93%เมื่อ1/9/2568 จาก1/1/2535ถึง1/10/2568 GDPเฉลี่ยในแคนาดาอยู่ที่2.57% สถิติสูงสุดตลอดการอยู่ที่1/5/2563ด้วย10.1%ในขณะที่ค่าต่ำสุดถูกบันทึกไว้เมื่อ1/5/2544ด้วย-0.4%

แหล่งที่มา: Statistics Canada

การเติบโตของค่าจ้าง

การเติบโตของค่าจ้าง

  • 3 ปี

  • 5 ปี

  • 10 ปี

  • 25 ปี

  • แม็กซ์

การเติบโตของค่าจ้าง

การเติบโตของค่าจ้าง ประวัติศาสตร์

วันที่มูลค่า
1/10/25682.2 %
1/9/25682.93 %
1/8/25682.67 %
1/7/25683.22 %
1/6/25683.59 %
1/5/25683.29 %
1/4/25684.26 %
1/3/25684.06 %
1/2/25685.1 %
1/1/25685.6 %
1
2
3
4
5
...
40

ค่าเฉพาะทางมหภาคที่คล้ายกันกับ การเติบโตของค่าจ้าง

🇨🇦

การจ้างงานเต็มเวลา

รายเดือน

ปัจจุบัน
50,200
ก่อนหน้า
-9,400
🇨🇦

การจ่ายเงินเดือนนอกภาคเกษตร

รายเดือน

ปัจจุบัน
18.285 ล้าน
ก่อนหน้า
18.264 ล้าน
🇨🇦

การทำงานนอกเวลาราชการ

รายเดือน

ปัจจุบัน
-42,000
ก่อนหน้า
63,000
🇨🇦

การเปลี่ยนแปลงของการจ้างงาน

รายเดือน

ปัจจุบัน
8,200
ก่อนหน้า
53,600
🇨🇦

ขั้นต่ำเงินเดือน

ประจำปี

ปัจจุบัน
17.6 CAD/Hour
ก่อนหน้า
17.6 CAD/Hour
🇨🇦

ค่าจ้าง

รายเดือน

ปัจจุบัน
32.51 CAD/Hour
ก่อนหน้า
32.12 CAD/Hour
🇨🇦

ค่าจ้างในการผลิต

รายเดือน

ปัจจุบัน
32.08 CAD/Hour
ก่อนหน้า
32 CAD/Hour
🇨🇦

ค่าแรงงาน

ควอร์เตอร์

ปัจจุบัน
130.982 points
ก่อนหน้า
130.571 points
🇨🇦

เงินเดือนเฉลี่ยต่อสัปดาห์

รายเดือน

ปัจจุบัน
1,312.16 CAD
ก่อนหน้า
1,314.87 CAD
🇨🇦

ตำแหน่งงานที่เปิดรับ

ควอร์เตอร์

ปัจจุบัน
492,475
ก่อนหน้า
506,490
🇨🇦

ประชากร

ประจำปี

ปัจจุบัน
41.528 ล้าน
ก่อนหน้า
40.784 ล้าน
🇨🇦

ผลิตภาพ

ควอร์เตอร์

ปัจจุบัน
104.424 points
ก่อนหน้า
103.476 points
🇨🇦

ผู้ที่ไม่มีงานทำ

รายเดือน

ปัจจุบัน
1.551 ล้าน
ก่อนหน้า
1.478 ล้าน
🇨🇦

ผู้มีงานทำ

รายเดือน

ปัจจุบัน
21.144 ล้าน
ก่อนหน้า
21.136 ล้าน
🇨🇦

รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง

รายเดือน

ปัจจุบัน
38.02 CAD
ก่อนหน้า
38.01 CAD
🇨🇦

อัตราการเข้าซื้อ

รายเดือน

ปัจจุบัน
65.4 %
ก่อนหน้า
65.1 %
🇨🇦

อัตราการมีงานทำ

รายเดือน

ปัจจุบัน
60.9 %
ก่อนหน้า
60.9 %
🇨🇦

อัตราการว่างงาน

รายเดือน

ปัจจุบัน
6.8 %
ก่อนหน้า
6.5 %
🇨🇦

อัตราการว่างงานของเยาวชน

รายเดือน

ปัจจุบัน
13.3 %
ก่อนหน้า
12.8 %
🇨🇦

อายุเกษียณของผู้หญิง

ประจำปี

ปัจจุบัน
65 Years
ก่อนหน้า
65 Years
🇨🇦

อายุเกษียณผู้ชาย

ประจำปี

ปัจจุบัน
65 Years
ก่อนหน้า
65 Years

ในแคนาดา รายได้เฉลี่ยต่อสัปดาห์ (รวมค่าล่วงเวลา) หมายถึงเงินเดือนรวมที่ต้องเสียภาษี (รวมค่าล่วงเวลา) หารด้วยจำนวนพนักงาน โดยจะคำนวณสำหรับพนักงานทุกประเภท โดยทั่วไป การเปลี่ยนแปลงของรายได้รายสัปดาห์สะท้อนถึงปัจจัยหลายประการ ได้แก่ การเติบโตของค่าจ้าง การเปลี่ยนแปลงขององค์ประกอบการจ้างงานตามอุตสาหกรรม อาชีพ และระดับประสบการณ์งาน ตลอดจนชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยต่อสัปดาห์

คืออะไร การเติบโตของค่าจ้าง

การเจริญเติบโตของค่าแรงมีความสำคัญอย่างยิ่งในสายตาของนักเศรษฐศาสตร์และนักวิเคราะห์ตลาด เนื่องจากเป็นตัวชี้วัดที่มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโดยรวมและการเงินของบุคคลทุกชนชั้น ในบริบทของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ความเข้าใจในกระบวนการและปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของค่าแรงจะช่วยให้ทั้งผู้กำหนดนโยบายและผู้ถือหุ้นสามารถตัดสินใจได้อย่างมีปัญญา หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของค่าแรงคืออุปสงค์และอุปทานของแรงงาน ในตลาดแรงงานที่มีความต้องการแรงงานสูงแต่มีแรงงานที่มีทักษะไม่พอเพียง นายจ้างจะต้องเพิ่มค่าเเรงเพื่อดึงดูดและรักษาพนักงานที่มีคุณภาพ ในขณะเดียวกัน หากมีแรงงานมากกว่าความต้องการ ค่าแรงก็จะมีแนวโน้มลดลง อัตราการว่างงานเป็นยังอีกหนึ่งตัวชี้วัดที่สำคัญในการศึกษาการเจริญเติบโตของค่าแรง อัตราการว่างงานต่ำจะสร้างแรงกดดันให้ค่าเเรงสูงขึ้น เนื่องจากนายจ้างต้องแข่งขันกันเพื่อดึงดูดแรงงานที่มีคุณภาพ แต่ในกรณีที่อัตราการว่างงานสูง ค่าแรงจะมีแนวโน้มคงที่หรือลดลงเนื่องจากมีแรงงานที่พร้อมทำงานมากเกินไป ระดับการศึกษาและทักษะของแรงงานก็เป็นตัวแปรที่สำคัญในการกำหนดอัตราค่าแรง แรงงานที่มีทักษะและการศึกษาสูงจะเรียกร้องค่าแรงที่สูงกว่า เนื่องจากความสามารถในการทำงานที่ซับซ้อนและวิจัยค้นคว้าที่จำเป็นในการปฏิบัติงาน ขณะเดียวกัน แรงงานไร้ทักษะอาจต้องพอใจกับค่าแรงที่ต่ำกว่าเนื่องจากความเก่งไม่ชัดเจนและง่ายต่อการถูกแทนที่ นโยบายของรัฐบาลยังมีบทบาทสำคัญในการกำหนดการเจริญเติบโตของค่าแรง นโยบายที่มีการกำหนดค่าแรงขั้นต่ำจะสร้างแรงกดดันให้นายจ้างต้องปรับค่าแรงให้สูงขึ้นเพื่อเป็นไปตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม นโยบายดังกล่าวก็อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบที่ไม่คาดคิด เช่น การลดจำนวนตำแหน่งงานหรือลดชั่วโมงการทำงานเพื่อควบคุมต้นทุน เช่นเดียวกับภาวะเงินเฟ้อ (Inflation) ที่มีผลกระทบโดยตรงต่อการเจริญเติบโตของค่าแรง เมื่อราคาสินค้าและบริการมีการปรับตัวสูงขึ้น แรงงานย่อมต้องการค่าแรงที่สูงขึ้นเพื่อรักษาระดับชีวิตที่เท่าเดิม ในภาวะที่ภาวะเงินเฟ้อสูง นายจ้างอาจต้องเผชิญกับแรงกดดันจากพนักงานในการขอขึ้นค่าแรง การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของค่าแรง ในประเทศที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ภาคธุรกิจจะมีผลประกอบการที่ดีและมีความสามารถในการจ่ายค่าเเรงสูงขึ้น ในทางตรงกันข้าม ในภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย บริษัทต่างๆมักจะต้องการลดค่าใช้จ่ายเพื่อให้รอดพ้นจากวิกฤต จึงเป็นไปได้ว่าจะมีการชะลอการขึ้นค่าเเรงหรือแม้กระทั่งตัดค่าเเรง เพื่อให้ได้ภาพรวมที่ชัดเจนของการเจริญเติบโตของค่าเเรง จำเป็นที่จะต้องศึกษาข้อมูลที่หลากหลายและใช้ตัวชี้วัดต่างๆเข้ามาประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลการจ้างงาน อัตราการว่างงาน ระดับการศึกษา ราคาในชีวิตประจำวัน ข้อมูลทั้งหลายนี้สามารถหาได้จากแหล่งข้อมูลแมโครอีโคโนมิกส์อย่างเช่นเว็บไซต์ eulerpool ซึ่งมีการนำเสนอข้อมูลทางเศรษฐกิจอย่างเป็นมืออาชีพ การวิเคราะห์ในเชิงลึกยังสามารถสร้างประโยชน์ให้แก่บุคคลและองค์กรที่ต้องการทำความเข้าใจแนวโน้มของตลาดแรงงาน เพื่อวางแผนการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด การวิจัยที่มุ่งเน้นไปที่การเจริญเติบโตของค่าแรงยังเป็นประโยชน์ในการคาดการณ์การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต หากการเจริญเติบโตของค่าแรงมีแนวโน้มไปในทางบวกก็เป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวและมีแนวโน้มที่ดีในอนาคต สรุปได้ว่า การเจริญเติบโตของค่าเเรงเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่สำคัญทางเศรษฐกิจที่ช่วยให้เราเข้าใจถึงความซับซ้อนของตลาดแรงงานและแนวโน้มการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในภาพรวม การศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับค่าเเรงจะช่วยเสริมสร้างความเข้าใจและเพิ่มความสามารถในการตัดสินใจอย่างมีข้อมูลสำหรับทั้งผู้กำหนดนโยบาย ผู้ประกอบการ และบุคคลทั่วไป