🇯🇴

จอร์แดน อัตราเงินเฟ้อ

ราคา

ราคา
1.31 %
1/12/2568
การเปลี่ยนแปลง +/-
+0.03 %
เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลง
+2.34 %

ค่า อัตราเงินเฟ้อ ปัจจุบันใน จอร์แดน คือ 1.31 %. อัตราเงินเฟ้อ ใน จอร์แดน เพิ่มขึ้นเป็น 1.31 % เมื่อ 1/12/2568 หลังจากที่เคยเป็น 1.28 % เมื่อ 1/11/2568. จาก 1/1/2520 ถึง 1/12/2568, GDP เฉลี่ยใน จอร์แดน คือ 4.75 %. ค่าสูงสุดตลอดกาลเกิดขึ้นเมื่อ 1/8/2532 ที่ 37.5 % ขณะที่ค่าต่ำสุดเกิดขึ้นเมื่อ 1/12/2526 ที่ -4.54 %.

แหล่งที่มา: Department of Statistics (DOS), Jordan

อัตราเงินเฟ้อ

อัตราเงินเฟ้อ

  • แม็กซ์

อัตราเงินเฟ้อ
Date
อัตราเงินเฟ้อ
Jan 1, 2520
15.1 %
Jan 2, 2520
5.05 %
Jan 3, 2520
9.58 %
Jan 4, 2520
10.87 %
Jan 5, 2520
10.17 %
Jan 6, 2520
13.74 %
Jan 7, 2520
12 %
Jan 8, 2520
12.89 %
Jan 9, 2520
11.68 %
Jan 10, 2520
12.5 %
Jan 11, 2520
10.28 %
Jan 12, 2520
6.32 %
Jan 1, 2521
8.45 %
Jan 2, 2521
8.64 %
Jan 3, 2521
5.24 %

อัตราเงินเฟ้อ ประวัติศาสตร์

วันที่มูลค่า
1/12/25681.31 %
1/11/25681.28 %
1/10/25682 %
1/9/25681.74 %
1/8/25681.32 %
1/7/25681.68 %
1/6/25682 %
1/5/25681.98 %
1/4/25681.8 %
1/3/25681.6 %
1
2
3
4
5
...
53

ค่าเฉพาะทางมหภาคที่คล้ายกันกับ อัตราเงินเฟ้อ

🇯🇴

CPI Transport

รายเดือน

ปัจจุบัน
111.8 points
ก่อนหน้า
111.5 points
🇯🇴

การเปลี่ยนแปลงราคาผู้ผลิต

รายเดือน

ปัจจุบัน
-1.33 %
ก่อนหน้า
-0.78 %
🇯🇴

เงินเฟ้อค่าเช่า

รายเดือน

ปัจจุบัน
3.9 %
ก่อนหน้า
3.3 %
🇯🇴

เงินเฟ้อด้านอาหาร

รายเดือน

ปัจจุบัน
-1.28 %
ก่อนหน้า
-0.9 %
🇯🇴

ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)

รายเดือน

ปัจจุบัน
113.22 points
ก่อนหน้า
112.46 points
🇯🇴

ดัชนีราคาผู้บริโภคที่อยู่อาศัยและค่าใช้จ่ายรอง

รายเดือน

ปัจจุบัน
121.5 points
ก่อนหน้า
119.2 points
🇯🇴

ต้นทุนการผลิต

รายเดือน

ปัจจุบัน
104.9 points
ก่อนหน้า
105.7 points
🇯🇴

ราคานำเข้า

รายเดือน

ปัจจุบัน
298.8 points
ก่อนหน้า
323.1 points
🇯🇴

ราคาส่งออก

รายเดือน

ปัจจุบัน
227 points
ก่อนหน้า
222.1 points
🇯🇴

อัตราเงินเฟ้อ MoM

รายเดือน

ปัจจุบัน
0.68 %
ก่อนหน้า
-0.31 %

ในประเทศจอร์แดน หมวดหมู่ที่สำคัญที่สุดในดัชนีราคาผู้บริโภคได้แก่ อาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (27 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักทั้งหมด) และที่อยู่อาศัย (24 เปอร์เซ็นต์) นอกจากนี้ดัชนียังประกอบด้วย: การขนส่ง (16 เปอร์เซ็นต์); เครื่องใช้ภายในบ้านและอุปกรณ์ (5 เปอร์เซ็นต์); สินค้าและบริการอื่นๆ (5 เปอร์เซ็นต์); เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ และบุหรี่ (4 เปอร์เซ็นต์); การศึกษา (4 เปอร์เซ็นต์); เสื้อผ้าและรองเท้า (4 เปอร์เซ็นต์); สุขภาพ (4 เปอร์เซ็นต์); การสื่อสาร (3 เปอร์เซ็นต์); การบันเทิงและวัฒนธรรม (3 เปอร์เซ็นต์); และร้านอาหารและโรงแรม (2 เปอร์เซ็นต์).

หน้ามาโครสำหรับประเทศอื่นๆใน เอเชีย

🇨🇳
ประเทศจีน
🇮🇳
อินเดีย
🇮🇩
อินโดนีเซีย
🇯🇵
ญี่ปุ่น
🇸🇦
ซาอุดิอาระเบีย
🇸🇬
สิงคโปร์
🇰🇷
เกาหลีใต้
🇹🇷
ตุรกี
🇦🇫
อัฟกานิสถาน
🇦🇲
อาร์เมเนีย
🇦🇿
อาเซอร์ไบจาน
🇧🇭
บาห์เรน
🇧🇩
บังกลาเทศ
🇧🇹
ภูฏาน
🇧🇳
บรูไน
🇰🇭
กัมพูชา
🇹🇱
ติมอร์-เลสเต
🇬🇪
จอร์เจีย
🇭🇰
ฮ่องกง
🇮🇷
อิหร่าน
🇮🇶
อิรัก
🇮🇱
อิสราเอล
🇰🇿
คาซัคสถาน
🇰🇼
คูเวต
🇰🇬
คีร์กีซสถาน
🇱🇦
ลาว
🇱🇧
เลบานอน
🇲🇴
มาเก๊า
🇲🇾
มาเลเซีย
🇲🇻
มัลดีฟส์
🇲🇳
มองโกเลีย
🇲🇲
พม่า
🇳🇵
เนปาล
🇰🇵
เกาหลีเหนือ
🇴🇲
โอมาน
🇵🇰
ปากีสถาน
🇵🇸
ปาเลสไตน์
🇵🇭
ฟิลิปปินส์
🇶🇦
กาตาร์
🇱🇰
ศรีลังกา
🇸🇾
ซีเรีย
🇹🇼
ไต้หวัน
🇹🇯
ทาจิกิสถาน
🇹🇭
ไทย
🇹🇲
ตุรกี
🇦🇪
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
🇺🇿
อุซเบกิสถาน
🇻🇳
เวียดนาม
🇾🇪
เยเมน

คืออะไร อัตราเงินเฟ้อ

อัตราเงินเฟ้อ (Inflation Rate) เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุดในเศรษฐศาสตร์มหภาค ที่ใช้ในการวัดการเปลี่ยนแปลงของระดับราคาสินค้าและบริการในภาพรวมของเศรษฐกิจ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการประเมินสุขภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นบ่งบอกว่าค่าเงินของประเทศนั้นๆมีค่าลดลงทำให้กำลังซื้อของประชาชนลดลง ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อลดลงบ่งบอกถึงการเพิ่มขึ้นของค่าความมั่นคงของเงิน ซึ่งมีผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนในทิศทางที่ดีขึ้น ในบริบทของเศรษฐศาสตร์มหภาค อัตราเงินเฟ้อได้รับความสนใจจากทั้งภาครัฐบาล ภาคธุรกิจ นักเศรษฐศาสตร์ และประชาชนทั่วไป อัตราเงินเฟ้อสามารถส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อการตัดสินใจทางเศรษฐกิจ เช่น การตั้งอัตราดอกเบี้ย การวางแผนการลงทุน การกำหนดค่าแรง และการวางแผนการบริโภค ภาครัฐบาลมีบทบาทสำคัญในการควบคุมอัตราเงินเฟ้อ โดยใช้มาตรการทางการเงินและการคลัง เช่น การตั้งอัตราดอกเบี้ย การปรับเปลี่ยนภาษี และการใช้โครงการส่งเสริมการลงทุน เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อไม่ให้สูงหรือต่ำเกินไป การควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเป็นความท้าทายของนโยบายการเงินที่ต้องใช้ความชำนาญและประสบการณ์ในการกำหนดนโยบาย ในทางกลับกัน อัตราเงินเฟ้อที่สูงเกินไปอาจทำให้เกิดผลกระทบทางลบต่อเศรษฐกิจ ภาวะเงินเฟ้อที่สูงจะทำให้ผู้บริโภคมีความกังวลเรื่องการเพิ่มของราคาสินค้าและบริการ ทางเศรษฐกิจพบว่าอัตราเงินเฟ้อที่สูงสามารถทำให้ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตเพิ่มขึ้น ซ้ำยังส่งผลกระทบต่อการออม การลงทุน และการบริโภคในระยะยาว สิ่งนี้สามารถนำไปสู่เศรษฐกิจถดถอยหากไม่สามารถควบคุมได้อย่างเหมาะสม ในทางตรงกันข้าม อัตราเงินเฟ้อที่ต่ำเกินไป หรือแม้แต่อัตราเงินฝืด (deflation) ก็สามารถส่งผลกระทบทางลบที่คล้ายคลึงกัน เพราะอาจทำให้การบริโภคและการลงทุนลดลงเนื่องจากการคาดหมายของประชาชนว่า ราคาสินค้าและบริการจะลดลงในอนาคต ทำให้เกิดการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ดังนั้นการควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งที่ภาครัฐต้องให้ความสำคัญ การวัดอัตราเงินเฟ้อมักใช้มาตรวัดที่เรียกว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index, CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (Producer Price Index, PPI) ซึ่งทั้งสองดัชนีนี้ใช้ในการติดตามการเปลี่ยนแปลงของระดับราคาสินค้าและบริการในเศรษฐกิจ CPI มักใช้ในการวัดการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคซื้อ ส่วน PPI ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการที่ผู้ผลิตขาย ส่วนประกอบสำคัญของอัตราเงินเฟ้อคือ มาตรการด้านอุปสงค์และอุปทาน อุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น ถ้าอุปทานไม่สอดคล้องกับอุปสงค์ ส่วนประกอบอีกอย่างคือ การเปลี่ยนแปลงของต้นทุนการผลิต เช่น ราคาน้ำมัน วัตถุดิบ และค่าแรง ที่เพิ่มขึ้นหรือมีการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน จะส่งผลต่อราคาอย่างแน่นอน สำหรับเว็บไซต์ Eulerpool เราให้บริการข้อมูลทางเศรษฐกิจที่ครบถ้วนและแม่นยำ การติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลอัตราเงินเฟ้อเป็นสิ่งสำคัญในการทำให้ผู้ใช้งานสามารถตัดสินใจทางเศรษฐกิจอย่างมีข้อมูลที่ถูกต้องและเพียงพอ ทีมงานของเรายังมีการปรับปรุงข้อมูลอย่างต่อเนื่องและทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ใช้งานจะได้รับข้อมูลที่ทันสมัยและเป็นปัจจุบัน ในภาพรวม การทำความเข้าใจและการติดตามอัตราเงินเฟ้อมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจทางเศรษฐกิจ ทั้งในระดับบุคคลและระดับมหภาค การติดตามและการวิเคราะห์ข้อมูลอัตราเงินเฟ้ออย่างต่อเนื่องจะทำให้เราสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้สภาพเศรษฐกิจที่มีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การมีข้อมูลและการวิเคราะห์ที่เชื่อถือได้จะเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการเตรียมความพร้อมรับมือกับความท้าทายและโอกาสที่เกิดขึ้นในอนาคต ไม่เพียงแค่ในส่วนของการบริโภคและการลงทุน แต่ยังรวมถึงการตั้งนโยบายทางเศรษฐกิจในระดับชาติ ดังนั้น Eulerpool จึงเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือสำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลอัตราเงินเฟ้อและข้อมูลเศรษฐกิจมหภาครวมถึงการวิเคราะห์ที่ลึกซึ้งและละเอียดที่สุด เพื่อให้คุณสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและมั่นใจ