ตำนานนักลงทุนเลือกใช้ Eulerpool
Trusted by leading companies and financial institutions
บราซิล ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อรวม (PMI)
ราคา
ค่าปัจจุบันของดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อรวม (PMI) ในบราซิล อยู่ที่52.1 คะแนน ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อรวม (PMI) ในบราซิล เพิ่มขึ้นเป็น52.1 คะแนน เมื่อวันที่1/12/2568 หลังจากที่เคยอยู่ที่49.6 คะแนน เมื่อวันที่1/11/2568 ตั้งแต่1/12/2554 ถึง1/12/2568 ค่าเฉลี่ย GDP ในบราซิล อยู่ที่49.78 คะแนน ค่าสูงสุดที่เคยถึงคือวันที่1/6/2565 ด้วยค่า59.4 คะแนน ในขณะที่ค่าต่ำสุดบันทึกไว้ที่1/4/2563 ด้วยค่า26.5 คะแนน
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อรวม (PMI)
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อรวม (PMI)
3 ปี
5 ปี
10 ปี
25 ปี
แม็กซ์
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อรวม (PMI) ประวัติศาสตร์
| วันที่ | มูลค่า |
|---|---|
| 1/12/2568 | 52.1 คะแนน |
| 1/11/2568 | 49.6 คะแนน |
| 1/10/2568 | 48.2 คะแนน |
| 1/9/2568 | 46 คะแนน |
| 1/8/2568 | 48.8 คะแนน |
| 1/7/2568 | 46.6 คะแนน |
| 1/6/2568 | 48.7 คะแนน |
| 1/5/2568 | 49.1 คะแนน |
| 1/4/2568 | 49.4 คะแนน |
| 1/3/2568 | 52.6 คะแนน |
ค่าเฉพาะทางมหภาคที่คล้ายกันกับ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อรวม (PMI)
การจดทะเบียนรถยนต์
รายเดือน
การเปลี่ยนแปลงของสินค้าคงเหลือ
ควอร์เตอร์
การผลิตในภาคการผลิต
รายเดือน
การผลิตรถยนต์
รายเดือน
การผลิตเหมืองแร่
รายเดือน
การผลิตเหล็ก
รายเดือน
การผลิตอุตสาหกรรม
รายเดือน
การผลิตอุตสาหกรรมเดือนต่อเดือน
รายเดือน
ความรู้สึกของธุรกิจขนาดเล็ก
รายเดือน
ตัวชี้วัดเชิง복합แสดงสัญญาณล่วงหน้า
รายเดือน
ตัวบ่งชี้ล่วงหน้า
รายเดือน
บริการ PMI
รายเดือน
ผลิตภัณฑ์ PMI
รายเดือน
ยอดขายรถยนต์รวม
รายเดือน
สภาวะธุรกิจ
รายเดือน
อัตราการใช้กำลังการผลิต
รายเดือน
ในบราซิล ดัชนี Markit Brazil Composite PMI ติดตามแนวโน้มธุรกิจทั้งในภาคการผลิตและภาคบริการ โดยใช้ข้อมูลที่รวบรวมจากกลุ่มตัวแทนประมาณ 800 บริษัท ดัชนีนี้ติดตามตัวแปรต่างๆ เช่น ยอดขาย คำสั่งซื้อใหม่ การจ้างงาน สินค้าคงคลัง และราคา ค่าดัชนีที่สูงกว่า 50 แสดงถึงการขยายตัวของกิจกรรมทางธุรกิจ และค่าดัชนีที่ต่ำกว่า 50 แสดงว่าโดยทั่วไปแล้วมีการลดลง
หน้ามาโครสำหรับประเทศอื่นๆใน อเมริกา
คืออะไร ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อรวม (PMI)
ที่ Eulerpool เว็บไซต์ที่เชื่อถือได้สำหรับการแสดงข้อมูลเศรษฐกิจมหภาค เรามุ่งมั่นที่จะให้ข้อมูลที่มีคุณภาพสูงและเป็นปัจจุบัน ในหมวดหมู่การวัดดัชนีเศรษฐกิจมหภาคหนึ่งที่ได้รับความนิยมและได้รับการยอมรับในระดับสากลคือ 'Composite PMI' หรือดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อแบบผสม เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สำคัญที่นำมาใช้ในการประเมินสภาพเศรษฐกิจโดยรวม ทั้งในภาคการผลิตและภาคบริการ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อแบบผสม (Composite PMI) คืออะไร? ดัชนี PMI เป็นเครื่องมือที่ถูกพัฒนามาเพื่อประเมินสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันและเป็นตัวชี้วัดระดับการเติบโตหรือหยุดชะงักของเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำการสำรวจผ่านการถามคำถามของผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในองค์กรต่าง ๆ ซึ่งพวกเขาจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับการสั่งซื้อ การผลิต สต๊อกสินค้า การจ้างงาน และราคาสินค้า และข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาคำนวณเป็นดัชนี PMI Composite PMI นั้นจะรวมข้อมูลทั้งจากภาคการผลิตและภาคบริการ ซึ่งทำให้ดัชนีนี้มีความครอบคลุมในการประเมินสภาพเศรษฐกิจแบบครบองค์รวม ภาคการบริการมีความสำคัญอย่างยิ่งในเศรษฐกิจสมัยใหม่ และการรวมข้อมูลจากทั้งสองภาคสาขาทำให้ได้รับภาพรวมที่แม่นยำและแพร่หลายมากขึ้น ทำไม Composite PMI ถึงสำคัญ? Composite PMI มีบทบาทสำคัญในการทำให้เราเข้าใจและประเมินสภาพเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เนื่องจากดัชนีนี้จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ การใช้จ่ายของผู้บริโภค การจ้างงาน และการลงทุน ถ้าดัชนี Composite PMI สูงกว่า 50 แสดงว่าเศรษฐกิจมีการขยายตัว ในขณะที่ดัชนีที่ต่ำกว่า 50 บ่งบอกถึงการหดตัวของเศรษฐกิจ ผลลัพธ์ของ Composite PMI จะนำเสนอได้ทั้งแบบรายเดือนหรือรายไตรมาส ซึ่งจะช่วยให้ผู้วางแผนในบริษัท นักลงทุน นักวิเคราะห์ และผู้บริหารองค์กรสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้งานได้ทันที การเพิ่มขึ้นหรือลดลงของ Composite PMI ทั้งในช่วงเวลาสั้นและเวลา่ยาวจึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สามารถบ่งบอกถึงแนวโน้มทางเศรษฐกิจในอนาคตได้ เมื่อเราพูดถึงการวางแผนและการตัดสินใจในด้านเศรษฐกิจ การมีข้อมูลที่รวดเร็วและแม่นยำนับเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง Composite PMI จึงให้ประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้วางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจหรือผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารเศรษฐกิจมหาภาค ทั้งนี้เนื่องจากผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อมีข้อมูลภายในที่สามารถสรุปภาพรวมได้อย่างชัดเจน การเปรียบเทียบ Composite PMI ระหว่างประเทศหรือภูมิภาคแตกต่างกันยังเป็นการให้มุมมองที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับการค้าโลกและการเติบโตของเศรษฐกิจแต่ละประเทศ แต่ละภูมิภาคสามารถนำข้อมูล Composite PMI ไปใช้ในการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจ, เปรียบเทียบความสามารถในการแข่งขัน, และดูการพัฒนาทางเศรษฐกิจในระยะยาว การให้ความสำคัญกับข้อมูล Composite PMI ยังเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนที่ต้องการทำการวิเคราะห์การลงทุนเชิงลึก ทั้งในแง่ของการวิเคราะห์เศรษฐกิจระดับมหภาคและการตรวจสอบสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง การเชื่อมโยงข้อมูลที่ได้กับข้อมูลอื่นๆ เช่น อัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และดัชนีการค้าสามารถช่วยให้ผู้ลงทุนมีข้อมูลที่ครบถ้วนและทำให้ตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การเข้าใจในดัชนี Composite PMI ยังเป็นประโยชน์ในการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงในนโยบายรัฐบาลที่อาจจะมีผลต่อเศรษฐกิจ การประเมินการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคตสามารถทำให้ผู้ที่มีความรับผิดชอบในระดับรัฐบาลหรือธนาคารกลางสร้างนโยบายที่เหมาะสมและทันเวลา โดยสรุป ดัชนี Composite PMI เป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการประเมินสภาพเศรษฐกิจโดยรวม ไม่ว่าจะเป็นภาพรวมของการเติบโตในระยะสั้นหรือยาว รวมทั้งยังเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจและการลงทุน ซึ่งทางเว็บไซต์ Eulerpool มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอข้อมูลที่มีคุณค่านี้ให้แก่ผู้ใช้งานทุกท่าน เพื่อให้ได้ตัดสินใจอย่างมีข้อมูลและความมั่นใจในทุกสถานการณ์

