🇵🇱

โปแลนด์ ดุลการค้า

ราคา

ราคา
553 ล้าน EUR
1/10/2568
การเปลี่ยนแปลง +/-
+478 ล้าน EUR
เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลง
+637.33 %

มูลค่าปัจจุบันของดุลการค้าใน โปแลนด์ คือ 553 ล้าน EUR ดุลการค้าใน โปแลนด์ เพิ่มขึ้นเป็น 553 ล้าน EUR เมื่อ 1/10/2568 หลังจากที่เป็น 75 ล้าน EUR เมื่อ 1/6/2568 จาก 1/1/2543 ถึง 1/11/2568 GDP เฉลี่ยใน โปแลนด์ คือ -694.06 ล้าน EUR มูลค่าสูงสุดตลอดกาลถึงเมื่อ 1/6/2563 โดยมีมูลค่า 1.93 ล้านล้าน EUR ในขณะที่มูลค่าต่ำสุดถูกบันทึกไว้เมื่อ 1/2/2565 โดยมีมูลค่า -3.29 ล้านล้าน EUR

แหล่งที่มา: National Bank of Poland

ดุลการค้า

ดุลการค้า

  • แม็กซ์

ยอดการค้า
Date
ยอดการค้า
4 ม.ค. 3099
76 ล้าน EUR
9 ม.ค. 3099
175 ล้าน EUR
1 ม.ค. 3101
234 ล้าน EUR
2 ม.ค. 3101
16 ล้าน EUR
3 ม.ค. 3101
3 ล้าน EUR
5 ม.ค. 3101
99 ล้าน EUR
10 ม.ค. 3101
239 ล้าน EUR
11 ม.ค. 3101
52 ล้าน EUR
1 ม.ค. 3102
420 ล้าน EUR
3 ม.ค. 3102
40 ล้าน EUR
4 ม.ค. 3102
161 ล้าน EUR
5 ม.ค. 3102
184 ล้าน EUR
6 ม.ค. 3102
406 ล้าน EUR
4 ม.ค. 3103
202 ล้าน EUR
3 ม.ค. 3105
114 ล้าน EUR

ดุลการค้า ประวัติศาสตร์

วันที่มูลค่า
1/10/2568553 ล้าน EUR
1/6/256875 ล้าน EUR
1/4/2567792 ล้าน EUR
1/3/2567340 ล้าน EUR
1/2/2567155 ล้าน EUR
1/1/25671.13 ล้านล้าน EUR
1/10/2566709 ล้าน EUR
1/9/2566572 ล้าน EUR
1/6/25661.927 ล้านล้าน EUR
1/5/2566782 ล้าน EUR

ค่าเฉพาะทางมหภาคที่คล้ายกันกับ ดุลการค้า

🇵🇱

กระแสเงินทุน

รายเดือน

ปัจจุบัน
2.166 ล้านล้าน EUR
ก่อนหน้า
3.597 ล้านล้าน EUR
🇵🇱

การขายอาวุธ

ประจำปี

ปัจจุบัน
116 ล้าน SIPRI TIV
ก่อนหน้า
606 ล้าน SIPRI TIV
🇵🇱

การผลิตน้ำมันดิบ

รายเดือน

ปัจจุบัน
18 BBL/D/1K
ก่อนหน้า
11 BBL/D/1K
🇵🇱

การลงทุนตรงจากต่างประเทศ

ประจำปี

ปัจจุบัน
259.254 ล้านล้าน EUR
ก่อนหน้า
251.554 ล้านล้าน EUR
🇵🇱

การโอนเงิน

ควอร์เตอร์

ปัจจุบัน
671 ล้าน EUR
ก่อนหน้า
674 ล้าน EUR
🇵🇱

เงื่อนไขการซื้อขาย

รายเดือน

ปัจจุบัน
101.4 points
ก่อนหน้า
105 points
🇵🇱

ดัชนีการก่อการร้าย

ประจำปี

ปัจจุบัน
1.962 Points
ก่อนหน้า
0 Points
🇵🇱

ทองคำสำรอง

ควอร์เตอร์

ปัจจุบัน
550.21 Tonnes
ก่อนหน้า
515.34 Tonnes
🇵🇱

นำเข้า

รายเดือน

ปัจจุบัน
30.946 ล้านล้าน EUR
ก่อนหน้า
31.947 ล้านล้าน EUR
🇵🇱

นำเข้าก๊าซธรรมชาติ

รายเดือน

ปัจจุบัน
97,468.818 Terajoule
ก่อนหน้า
90,304.365 Terajoule
🇵🇱

ยอดเงินคงเหลือในบัญชีเดินสะพัด

รายเดือน

ปัจจุบัน
-460 ล้าน EUR
ก่อนหน้า
2.053 ล้านล้าน EUR
🇵🇱

ยอดบัญชีเดินสะพัดเทียบกับ GDP

ประจำปี

ปัจจุบัน
0.3 % of GDP
ก่อนหน้า
1.6 % of GDP
🇵🇱

ส่งออก

รายเดือน

ปัจจุบัน
29.859 ล้านล้าน EUR
ก่อนหน้า
32.39 ล้านล้าน EUR
🇵🇱

หนี้สินต่างประเทศ

ควอร์เตอร์

ปัจจุบัน
533.279 ล้านล้าน USD
ก่อนหน้า
533.62 ล้านล้าน USD

จากช่วงต้นทศวรรษที่ผ่านมา การหมุนเวียนการค้าต่างประเทศของโปแลนด์เพิ่มขึ้นเกือบสิบเท่า โปแลนด์ส่งออกผลไม้และผักแปรรูป เนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์นม ผลิตภัณฑ์อิเล็กโทรเมคานิค ยานพาหนะ เครื่องบิน และเรือ ส่วนใหญ่นำเข้าของโปแลนด์คือสินค้าทุนที่จำเป็นสำหรับการปรับปรุงอุตสาหกรรมและสำหรับการผลิต เช่น เครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง เคมีภัณฑ์ แร่ เชื้อเพลิง และสารหล่อลื่น สหภาพยุโรปเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของโปแลนด์ คิดเป็นประมาณ 79% ของการส่งออกและ 64% ของการนำเข้า

คืออะไร ดุลการค้า

ความสมดุลทางการค้าหรือ Balance of Trade (BoT) เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างยิ่งที่ใช้ในการประเมินสุขภาพทางเศรษฐกิจของประเทศและชี้วัดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในตลาดโลก กระแสเงินเข้าและออกผ่านการซื้อขายสินค้าและบริการระหว่างประเทศนั้นมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดความสมดุลทางการค้าของประเทศในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ สำหรับเว็บไซต์ Eulerpool ซึ่งเน้นไปที่การแสดงข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคในเชิงลึก บทความนี้จะนำเสนอความเข้าใจเกี่ยวกับความสมดุลทางการค้าในประเทศไทยและการวิเคราะห์องค์ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการคนี้ในรายละเอียด ความสมดุลทางการค้า หรือ Balance of Trade นั้นเป็นการคำนวณผลต่างของมูลค่าสินค้าและบริการที่ประเทศหนึ่งส่งออก (exports) กับมูลค่าของสินค้าและบริการที่ประเทศนั้นนำเข้า (imports) การมีความสมดุลทางการค้าเป็นบวก (trade surplus) หมายถึงประเทศนั้นส่งออกมากกว่านำเข้า ในขณะที่การมีความสมดุลทางการค้าเป็นลบ (trade deficit) หมายถึงประเทศนั้นนำเข้ามากกว่าส่งออก ซึ่งสามารถมีผลกระทบทางเศรษฐกิจทั้งในด้านดีและด้านเสียขึ้นอยู่กับสถานการณ์และปัจจัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเศรษฐกิจของประเทศนั้น ๆ สำหรับประเทศไทย ผลกระทบจากความสมดุลทางการค้านั้นมีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกับหลายปัจจัย ตัวอย่างเช่น สินค้าและบริการที่มีความต้องการสูงในตลาดโลกสามารถก่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้นแก่ประเทศผ่านการส่งออก ส่งผลให้มีการเพิ่มขึ้นของเงินทูลหรือ foreign reserves การมีตะกร้าสินค้าที่หลากหลาย การมีระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ และความสามารถในการผลิตสินค้าและบริการที่คุณภาพสูงสามารถช่วยให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ นอกจากนี้ ปัจจัยภายนอกเช่น การเปลี่ยนแปลงในนโยบายการค้าและศุลกากรของประเทศที่เป็นคู่ค้าหลัก, การเปลี่ยนแปลงในอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา, และการเปลี่ยนแปลงในภาวะเศรษฐกิจโลกก็มีผลกระทบสำคัญต่อความสมดุลทางการค้า ตัวอย่างเช่น การเพิ่มขึ้นของภาษีศุลกากรจากประเทศคู่ค้าอาจทำให้สินค้าส่งออกของไทยมีราคาสูงขึ้นและลดความสามารถในการแข่งขันได้ หรือการเปลี่ยนแปลงในอัตราแลกเปลี่ยนอาจกระทบต่อราคาของสินค้าและบริการที่มีการซื้อขายระหว่างประเทศได้ ส่งผลต่อความต้องการสินค้านำเข้าส่งออก ในเชิงนโยบาย ความสมดุลทางการค้าเป็นปัจจัยที่รัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญในการพัฒนายุทธศาสตร์และนโยบายการค้า การส่งเสริมการส่งออกเป็นหนึ่งในมาตรการที่สามารถใช้ในการปรับปรุงความสมดุลทางการค้า ได้ผ่านทางการให้เงินสนับสนุน และสิทธิประโยชน์ทางภาษี นอกจากนี้ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเช่นเส้นทางคมนาคมและท่าเรือเพื่อให้กระบวนการส่งออกสินค้าเป็นไปได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น ในด้านการนำเข้า แนวทางการปรับปรุงความสมดุลทางการค้าอาจรวมถึงการพิจารณากำหนดอัตราภาษีสำหรับสินค้านำเข้าที่มีลักษณะสามารถผลิตได้ในประเทศ, การส่งเสริมการใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศเพื่อทดแทนการนำเข้า หรือการควบคุมการนำเข้าสินค้าที่ไม่จำเป็นต่อเศรษฐกิจในระยะยาว ไม่เพียงเท่านี้ ความสมดุลทางการค้ายังสามารถเป็นตัวชี้วัดที่ช่วยให้เราเห็นภาพรวมของเสถียรภาพทางการเงินของประเทศในขณะบางครั้ง ความสมดุลทางการค้าที่เป็นบวกสามารถช่วยหนุนให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราของประเทศนั้นมีความมั่นคงมากขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบว่าประเทศนั้นมีแนวโน้มที่จะต้องพึ่งพาการนำเข้ามากน้อยเพียงใด และนำไปสู่การกำหนดนโยบายที่จะส่งเสริมการสร้างความเข้มแข็งในภาคการส่งออกให้มีผลกระทบเชิงบวกอย่างยั่งยืนต่อเศรษฐกิจ ในการประเมินและจัดการกับความสมดุลทางการค้าเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว การมีข้อมูลเศรษฐกิจที่ครบถ้วนและถูกต้องสามารถช่วยในการตัดสินใจเรื่องนโยบายต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทางเว็บไซต์ Eulerpool ของเรามีการนำเสนอข้อมูลเศรษฐกิจในรูปแบบที่ง่ายต่อการวิเคราะห์และทำความเข้าใจ ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้งานที่ต้องการศึกษาหรือวิเคราะห์ข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคอย่างละเอียด สรุป คือ ความสมดุลทางการค้าเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญในการประเมินสุขภาพเศรษฐกิจของประเทศ การมีข้อมูลที่ครบถ้วนและเป็นปัจจุบันสามารถช่วยให้สามารถวางแผนและกำหนดนโยบายการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพและความสามารถในการแข่งขันของประเทศในตลาดโลก การทำความเข้าใจถึงความท้าทายและโอกาสในการจัดการกับความสมดุลทางการค้าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว